|
ตห (เต้าหู้)
|
 |
« เธเธญเธ #200 เนเธกเธทเนเธญ: เธเธคเธฉเธ เธฒเธเธก 09, 2009, 07:43:54 AM » |
|
องค์การอนามัยโลก WHO คาดการณ์ว่า เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 อาจจะระบาดจนทำให้มีผู้ติดเชื้อถึงสองพันล้านคน และไวรัสสายพันธ์ใหม่นี้จะกลายพันธ์ รุนแรงขนาดไหน ไม่อาจคาดการณ์ได้ ขณะที่ผู้เชื่ยวชาญอิสระมองว่า สิ่งที่องค์การอนามัยโลกคาดมีความเป็นไปได้ แต่ก็คาดต่อไปว่า ผู้ติดเชื้อครึ่งหนึ่งอาจจะไม่แสดงอาการ http://www.nationchannel.com/detailnews.php?newsid=8340นับเป็นประโยชน์มากที่บ้านเราได้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมสาธารณสุขอาเซียนครั้งนี้ ประโยชน์ที่ชัดเจนที่สุดก็คือ เราฟังข่าวที่คุณฟูคูดะแถลง ผ่านสื่อมวลชนบ้านเราเอง ไม่ต้องไปคอยตาม cnn bbc เพราะสองสำนักข่าวช่วงหลังๆ นี้ รู้สึกเหมือนกับว่าโดนเบรค เพราะทันทีที่องค์กรอนามัยโลกแถลงอะไร cdc ก็จะออกมาแถลงอีกอย่าง ฟังภาษาชาวบ้านก็เกือบจะตรงกันข้ามเลยทีเดียว ปัจจุบันตัวเลขผู้ติดเชื้อทั่วโลกมีกว่าสองพันคนแล้ว และเริ่มมีผู้เสียชีวิตจากประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากเม็กซิโกและอเมริกาด้วย ถ้าผู้มีความรู้ท่านใดผ่านมา ขอความกรุณาแวะแนะนำเรื่องวัคซีนด้วยเถิด... คาดเดาว่าอีกไม่นาน จะมีวัคซีนถูกนำมาโปรโมทมากมาย แล้วเราก็กลายเป็นเหยื่อที่ต้องเลือก แม้วันนี้จะยังไม่เชื่อว่าจะวัคซีนใดมาโปรด แต่อีกไม่นาน ก็จะถูกทำหรือมีข้อมูลประดังประเดเข้ามาว่า ควรจะไปฉีดซะ มิฉะนั้นชีวิตอาจจะต้องเสี่ยง (ทั้งที่ก็เสี่ยงอยู่ตลอดเวลา) แต่แล้ว...แม้ชีวิตที่เรามักคิดเอาเองว่าควบคุมได้ เป็นของเรา มีอิสรภาพ ....ก็ตกอยู่ในมือคนอื่นอีกครั้ง...
|
|
|
|
|
เธเธฑเธเธเธถเธเธเธฒเธฃเนเธเนเธฒ
|
If quantum mechanics hasn't profoundly shocked you, you haven't understood it yet.- Niels Bohr
|
|
|
|
ตห (เต้าหู้)
|
 |
« เธเธญเธ #201 เนเธกเธทเนเธญ: เธเธคเธฉเธ เธฒเธเธก 26, 2009, 09:29:31 PM » |
|
YOU CAN'T SOLVE PROBLEMS WITH THE SAME LEVEL OF CONSCIOUSNESS THAT CREATED THEM!
ไอน์สไตน์กล่าวไว้ว่า "คุณไม่อาจจะแก้ไขปัญหาได้ด้วยจิตระดับเดียวกับจิตซึ่งสร้างปัญหาเหล่านั้นขึ้นมา"... กลับมาระลึกถึง... ได้ยิน ประโยคนี้ดังก้องขึ้นอีกครั้ง
วันนี้ สำนักพิมพ์ใจดี "โอ้พระเจ้า" ส่งบทคัดย่อ ซึ่งเมเห็นว่าเป็นมุมมองใหม่ ที่เราสามารถจะมอง "มะเร็ง" ได้จากจิตที่ไม่ได้ก่อมะเร็งขึ้นมา ใครต้องการยินดีเผยแพร่ต่อนะคะ ขอกันมาได้ "CANCER IS NOT A DISEASE" 26 หน้าเอสี่ อ่านง่ายค่ะ บทสรุปนี้บอกว่า มะเร็งเกิดขึ้นเพื่อช่วยยืดอายุของผู้ป่วยมากกว่า มะเร็งไม่ใช่เหตุแห่งความเจ็บป่วย หากความเจ็บป่วยต่างหากที่ทำให้เกิดมะเร็งขึ้น และมะเร็งก็จะขยายพื้นที่ครอบคลุมก็ต่อเมื่อระบบภูมิคุ้มกันของคนเป็นมะเร็งล้มเหลวไป
นอกจากนี้ ก็มีภาพตุ๊กตาน่ารัก ของเชื้อไวรัส H1N1 และเพื่อนๆ ไม่ว่าจะเป็น อีโบล่า HIV ฯลฯ อาศัยโครงร่าง รูปแบบ สีสรรค์ของตัวจริงจากแลป มาทำเป็นตุ๊กตาน่าตาบ้องแบ๊ว ไว้ให้เด็กๆ กอดรัดฟัดเหวี่ยง ตามคอนเซปของเจ้าของไอเดียที่บอกว่ามนุษย์สมควรจะต้องฝึกรัก และผูกมิตรกับไวรัสไว้แต่เนิ่นๆ ค่ะ
|
|
|
« เนเธเนเนเธเธเธฃเธฑเนเธเธชเธธเธเธเนเธฒเธข: เธเธคเธฉเธ เธฒเธเธก 27, 2009, 07:34:21 AM เนเธเธข ตห (เต้าหู้) »
|
เธเธฑเธเธเธถเธเธเธฒเธฃเนเธเนเธฒ
|
If quantum mechanics hasn't profoundly shocked you, you haven't understood it yet.- Niels Bohr
|
|
|
|
Suchada
|
 |
« เธเธญเธ #202 เนเธกเธทเนเธญ: เธกเธดเธเธธเธเธฒเธขเธ 07, 2009, 09:48:57 PM » |
|
เย็นวันนี้ได้รับคำแนะนำจากกัลยาณมิตรท่านหนึ่ง ให้ดูสารคดีที่น่าสนใจ สารคดี HOME เปิดโลกทัศน์เกี่ยวกับหายนะอันเกิดจากบริโภคนิยมของมนุษย์ อาจจะไม่มีข้อมูลใหม่สำหรับผู้ที่ศึกษาผลกระทบของโลกร้อนมาบ้าง แต่ให้ภาพที่ชัดเจนมากพร้อมทั้งอธิบายอย่างชัดเจนว่าทำไม เป็นสารคดีเกี่ยวกับการที่มนุษยชาติไม่เพียงแต่ทำลายตัวเอง แต่กำลังจะทำลายสมดุลย์ของธรรมชาติ ซึ่งจะทำให้โลกแบบที่เรารู้จัก อาจดับสูญไปภายในสิบปี .... สารคดียาว 94 นาที แต่เชื่อว่าจะเป็น 94 นาทีที่คุ้มค่า+น่าสนใจมาก
ในเชิงการผลิตสารคดี ใช้ภาพจากมุมสูงทั้งหมด จึงเป็นมุมมองที่แปลก รับรองว่าจะเห็นโลกที่เราคิดว่าคุ้นเคยนี้ แปลกตาออกไปเป็นอย่างมาก ถ้าดูและวิจารณ์แบบนักวิจารณ์หนัง ก็จะมีข้อตำหนิเยอะแยะเลย เช่นเสียงบรรยายน่าเบื่อ เพลงประกอบสุดประหลาด ภาพกระตุก ฯลฯ แต่มันก็ไม่ได้เปลี่ยนข้อเท็จจริงที่ว่า โลกนี้กำลังอยู่ในภาวะเสี่ยงมหาศาล
ถึงเราจะระดมคนทั้งโลก ช่วยกันเปลี่ยนแปลงสันดานมักง่ายในวันนี้ ก็ไม่แน่ว่าจะบรรเทาผลกระทบได้มากแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ คือถ้ายังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มนุษย์จะดับสูญแน่นอน แล้วสิ่งที่คิดว่าดี สูงส่ง สะสมเอาไว้ ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลยครับ ฟังดูอาจเหมือนกับไม่มีหวัง ? ที่จริงแล้ว ผมไม่ได้คิดอย่างนั้นนะครับ อะไรจะเกิดก็เกิด อะไรไม่เกิดก็ไม่เกิด สิ่งที่ไม่อยากให้เกิดอย่างในสารคดีอาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้; แต่ถ้าขืนเรายังทำอย่างที่ทำกันอยู่ คือตามสบายอย่างที่เคยเป็นมา สิ่งที่ไม่น่าเกิดอาจเกิดขึ้นได้ และอาจเกิดขึ้นเร็วด้วย http://www.youtube.com/watch?v=jqxENMKaeCUสารคดีนี้มีซับไตเติ้ล ซึ่งเปิดได้โดยการคลิกที่ปุ่ม CC ใต้ Subscribe เพื่อเปิด ?closed caption? ตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะเปิดดูผ่านๆ สัก 5-10 นาที แล้วค่อยไปกินข้าวเย็น เจอประโยคแรกขึ้นมาว่า Listen to me, please. You?re like me, a homo sapiens, a wise human.... หลังจากนั้นก็นั่งดูเพลินจนจบ ลืมกินข้าวปลา ... ขอแนะนำและเชื้อเชิญให้ลองเปิดดูค่ะ ช่วงท้ายๆ มีบทสรุปประมาณนี้ We have created phenomena we cannot control. Since our origins, water, air and forms of life are intimately linked. But recently we have broken those links. Let?s face the facts. We must believe what we know. All we have just seen is a reflection of human behavior. We have shaped the Earth in our image. We have very little time to change. ?. ?. ?. It?s time to come together. What?s important is not what?s gone, but what remains. We still have half the world?s forests, thousands of rivers, lakes and glaciers, and thousands of thriving species. We know that the solutions are there today. We all have the power to change. So what are we waiting for?
|
|
|
|
|
เธเธฑเธเธเธถเธเธเธฒเธฃเนเธเนเธฒ
|
การรู้จักเส้นทางเป็นเรื่องหนึ่ง การเดินไปในเส้นทางนั้นด้วยตัวเองเป็นอีกเรื่อง
|
|
|
|
soup
|
 |
« เธเธญเธ #203 เนเธกเธทเนเธญ: เธกเธดเธเธธเธเธฒเธขเธ 07, 2009, 11:35:50 PM » |
|
เสาร์-อาทิตย์นี้ เราได้หยุดพัก (สาธุ...ได้หยุดติดกัน 2 วัน อย่างกะขึ้นสวรรค์น้อยๆ เลยทีเดียว)
หลังจากฝนตกฉ่ำแฉะในกทม.มาสัก 2 อาิทิตย์ ปรากฎว่า เสาร์-อาทิตย์นี้ ฟ้าใสในช่วงเช้า แล้วก็มีเมฆเทาๆ ในช่วงราวๆ สิบโมงถึงเที่ยง จากนั้นก็โปร่งเรื่อยยยมาจนเย็น ลมโชยมาเป็นระยะ ให้อากาศที่สบายๆ ราวกับช่วงปลายฝนต้นหนาว น่าจะโรแมนติกนะ...แต่นี่มันเดือน มิถุนายน ไม่ควรจะชิล ชิล ขนาดนี้...ทำให้เรามีอาการวิตกจริตหน่อยๆ ...แต่ก็โอเค ไม่ค่อยได้ตามข้อมูลสถานการณ์โลกร้อน เลยยังพอปล่อยใจให้ให้ ชิล ชิล ได้บ้าง
และในช่วงที่กทม.ฝนแฉะนั้น ในภาคอิสานตอนบนไม่มีฝนเลย ชาวบ้านที่เราไปพบบอกว่า แล้งจัง...และชวนให้หวาดหวั่นว่า ฝนมาเร็วอย่างนี้จะทิ้งช่วงหรือเปล่า ต้นข้าวที่เตรียมๆ เอาไว้จะได้กิน ได้ขายหรือไม่...ต้องลุ้นอย่างเดียว
|
|
|
|
|
เธเธฑเธเธเธถเธเธเธฒเธฃเนเธเนเธฒ
|
|
|
|
|
ตห (เต้าหู้)
|
 |
« เธเธญเธ #204 เนเธกเธทเนเธญ: เธกเธดเธเธธเธเธฒเธขเธ 08, 2009, 01:54:06 PM » |
|
ขอบคุณทั้งคุณดาและคุณซุปค่ะที่ให้ข้อมูลและอารมณ์ความรู้สึกเพิ่มเติมเข้ามา
ปัญหาสภาวะโลกร้อน เป็นหนึ่งในปัญหาที่มนุษย์เราไม่อาจจะแก้ไขได้ด้วยกระบวนทัศน์เก่า หรือวิถี วิธีแบบเก่าๆ ที่เราเคยใช้แล้วมันได้ผลกับหลายๆ เรื่องในการดำรงชีวิตในยุคสมัยหนึ่ง ยุคสมัยที่เรากำลังจะผ่านพ้นไปด้วยกันนี้
โจเซฟ ดีสเปนซา ย้ำหนักหนาว่า การสร้างสรรค์ใหม่ หรือการ create our own reality นั้นไม่อาจจะอยู่ภายในขอบเขตเก่า พรมแดนเดิมๆ เพราะหากเรายังอยู่ วนเวียน คิด รู้สึก ปฏิบัติ อยู่แบบเก่า เราก็ไม่อาจจะสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ ขึ้นมาได้ เราจะทำได้แค่เพียง reproduce ผลิตแบบเดิมให้มากขึ้น หรือได้ประสิทธิ์ภาพสูงขึ้น แต่ก็เป็นแค่ produce productivity ที่ไม่ใช่ creativity
ข้าม lines ข้ามสายต่างๆ ให้หมด สร้าง free will ชุดใหม่ขึ้นมาในจิตนาการก่อน แล้วทำให้ชัดขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกัน ก็ให้ observer ที่ observed free will ตัวใหม่นี้ สำรวจเรื่องราว วิถีที่ผ่านมาทั้งหมด (ดังวีดีโอ home เป็น sum over histories ในระดับต่างๆ ชีวิตปัจเจกของเรา ชีวิตของสังคม เศรษฐกิจ ... โลก) พร้อมกันไปด้วย ซึ่งตอนนี้นี่เองที่ดีสเปนซาบอกว่า self free will (ตัวเล็ก ที่เราทุกคนมี) จะถูกจูนเข้าหา observer ตัวใหญ่ ซึ่งเป็นตัวที่ครีเอจชีวิตเราทั้งหมด แล้วตอนนี้เอง moment of creativity จึงสอดบรรสานขึ้น คล้ายๆ กับคำอธิบายของอมิต โกสวามี ที่ว่า ไม่มีหนทางนอกจากจะเป็นการเต้นรำระหว่าง ego self กับ quantum self
เรากับจักรวาล บ้านกับโลก ...
|
|
|
|
|
เธเธฑเธเธเธถเธเธเธฒเธฃเนเธเนเธฒ
|
If quantum mechanics hasn't profoundly shocked you, you haven't understood it yet.- Niels Bohr
|
|
|
|
soup
|
 |
« เธเธญเธ #205 เนเธกเธทเนเธญ: เธกเธดเธเธธเธเธฒเธขเธ 08, 2009, 03:18:26 PM » |
|
อากาศแปรปรวนจริงๆ ด้วย...เราเพิ่งโม้ไปเมื่อคืน (แลโม้ทางการ์ดอีกเมื่อเช้า) ...ว่าอากาศแจ่มใส ให้ดอกไม้ดอกไร่ได้ออกกำลังกายเบ่งบาน...ตอนนี้ฝนตกซ่า ซ่า อีกแล้วล่ะ
|
|
|
|
|
เธเธฑเธเธเธถเธเธเธฒเธฃเนเธเนเธฒ
|
|
|
|
|
na
|
 |
« เธเธญเธ #206 เนเธกเธทเนเธญ: เธกเธดเธเธธเธเธฒเธขเธ 16, 2009, 12:05:29 PM » |
|
มีคนส่งเมล์นีมาให้ เป็นภาพของแม่น้ำในจาร์กาตา อินโดนีเซีย เห็นแล้วสยองมากเลยนะ เมืองไทยเราจะไปถึงจุดนั้นไหมเนี่ย
|
|
|
|
เธเธฑเธเธเธถเธเธเธฒเธฃเนเธเนเธฒ
|
|
|
|
|
soup
|
 |
« เธเธญเธ #207 เนเธกเธทเนเธญ: เธกเธดเธเธธเธเธฒเธขเธ 20, 2009, 10:30:33 PM » |
|
เราดูสารคดี HOME แล้ว คุ้มค่าอย่างที่คนแนะนำว่าไว้จริงๆ เรารู้สึกว่าเขาทำภาษาภาพได้ดีนะคะ เพลงก็โอเค (อันนี้ไม่ค่อยรู้) หลายภาพมันดูน่าเกลียดเพราะมันเป็นวิธีการที่น่าเกลียด แม้สารคดีจะจบลงด้วยความหวังอย่างมาก แต่เราก็ยังรู้สึกว่า หายนะอยู่แค่ลัดนิ้วมือเดียว แต่พร้อมกันนั้นเราก็รู้สึกว่า กลับมาที่ตัวของเรา ที่ชีวิตประจำวัน กินข้าวให้หมดจาน ใ้ช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ...ทุกสิ่งทุกอย่างมีมาเพื่อทุกๆ คน ดังนั้นเมื่อเราฟุ่มเฟือยเรากำลังเอาเปรียบคนอื่นๆ อยู่
รู้สึกนิดหน่อยว่า เรื่องราวแบบนี้มีแต่คนที่มีอำนาจและมีการศึกษาเท่านั้นที่รู้และใส่ใจ และหลายครั้งคนเหล่านี้ก็จะมองว่า ชาวบ้าน ชาวไร่ ชาวนา ไม่รู้และเป็นตัวพล่าผลาญทรัพยากร เช่นการปลูกข้าว การใช้สารเคมีทางการเกษตร...เราออกกฎ เราประนาม หลายเรื่องก็ใช่ เขาเหล่านั้นกำลังอยู่ในกระบวนการของการทำลายโลก แต่มันก็เป็นกลไกที่มีมาจากส่วนกลาง ส่วนอื่นๆ หลายเรื่องเป็นความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่ในชีวิตประจำวัน เขาบริโภคน้อยกว่าเราอยู่แล้ว น้อยกว่าอย่างมาก
...ตั้งใจ ต่อไปนี้จะกินข้าวให้หมดจาน จะอาบน้ำอย่างประหยัด...จริงๆ
|
|
|
|
« เนเธเนเนเธเธเธฃเธฑเนเธเธชเธธเธเธเนเธฒเธข: เธกเธดเธเธธเธเธฒเธขเธ 21, 2009, 09:20:39 AM เนเธเธข soup »
|
เธเธฑเธเธเธถเธเธเธฒเธฃเนเธเนเธฒ
|
|
|
|
|
|
|
ตห (เต้าหู้)
|
 |
« เธเธญเธ #209 เนเธกเธทเนเธญ: เธเธฃเธเธเธฒเธเธก 16, 2009, 09:45:35 AM » |
|
เรื่องหวัดสายพันธ์ใหม่ ที่เราเห่อใส่หน้ากากตั้งแต่สองเดือนก่อน วันนี้ มีเพื่อนใส่หน้ากากกันมากขึ้นรู้สึกอบอุ่นดี :D เรื่องหน้ากากนี้ก็โชคดีที่ไม่มีข้อสงสัยว่าใส่ดีหรือไม่ มานานแล้ว ตั้งแต่สมัยไปคลุกคลีกับเด็กติดเชื้อ แล้วเราไม่อยากใส่ เพราะไม่เห็นพี่เลี้ยงหรือใครที่ใกล้ชิดกับเด็กอยู่ใส่กันเลยสักคน ถามพ่อ พ่อบอกว่า "ยังไงใส่มันก็ดีกว่าไม่ใส่อยู่แล้ว มันช่วยได้เยอะ" คิดแบบตรรกะก็ช่วยได้เยอะจริง แม้จะไม่มีอะไรร้อยเปอร์เซนต์ก็ตาม
เห็นข่าวที่แพทย์ชาวอังกฤษเสียชีวิตเพราะสายใหม่ 2009 ได้ข่าวคุณหมอหลายคนติดเชื้อ ได้ยินเรื่องเพื่อนๆ บุคคลแวดล้อม เป็นหวัดกันงอมแงมมาระยะหนึ่ง ฟังทั้งข่าวดีร้าย
ตัวเองก็กำลังอยู่ในโปรแกรมนวดเพื่อคลายไมเกรน (โชคดีที่ไปเจอหมอนวดมือฉมังชนิดจับแล้วดิ้นพลาดเข้า) มั่นใจว่าเอาชนะไมเกรนได้แล้ว (ขณะกำลังขึ้นนี่ถ้าถึงมือหมอเอาลงได้ภายในไม่เกินสิบนาที หมอเทวดาแท้ๆ) ชีวิตดีขึ้นอีกมาก แต่ก็เริ่มเจ็บคอเมื่อสามวันก่อน เลยใช้สูตรวิตามินซี (ถ้าสงสัยว่าจะมีไข้ให้ซัดไปวันละสองพันเลยลูก..พ่อสั่งไว้) บวกฟ้าทะลายโจร (เพราะฟ้าทะลายโจรมีประสิทธิภาพในการยับยั้งโปรตีนอันเป็นการช่วยลดการแบ่งตัวของไวรัส ลดความสามารถในการเกาะผิวเซลของอวัยวะภายในอย่างปอด และช่วยเสริมภูมิคุ้มกันด้วย) จึงไม่จำเป็นต้องรอผลการวิจัยเพราะเป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านเราอยู่แล้ว กินได้ทันทีที่เกิดเค้าลางว่าจะเป็นหวัด
ตอนนี้ที่ห้องนั่งเล่นก็เลยมีกระปุกวิตามินซีตั้งคู่กับฟ้าทะลายโจร พร้อมกล่องผ้าปิดปาก ... และหากมีเสียงไอค๊อกแค๊กเกิดขึ้นเมื่อไหร่...โด๊น.. ฮ่าฮ่า
เดี๋ยวจะขอให้จิ๋มช่วยเข้ามาต่อเรื่องราวที่เธอได้รับจากเมล์ดีๆ มีประโยชน์มากมายค่ะ
|
|
|
|
|
เธเธฑเธเธเธถเธเธเธฒเธฃเนเธเนเธฒ
|
If quantum mechanics hasn't profoundly shocked you, you haven't understood it yet.- Niels Bohr
|
|
|
|
จุ๋ม-จิ๋ม
|
 |
« เธเธญเธ #210 เนเธกเธทเนเธญ: เธเธฃเธเธเธฒเธเธก 16, 2009, 12:39:06 PM » |
|
:o-ข้อมูลจากวิทยาศาสตร์การแพทย์ ช่วงนี้ให้แนะนำทานมะระตุ๋น ช่วยต้านไวรัส หรือนำดอกอัญชันถ้าทานสดได้ยิ่งดี มีสูตรทำน้ำแกงมะระตุ๋นมาฝาก มะระจีนปลอดสาร เห็ดฟางตูมและบาน(เห็ดบานทำให้น้ำวฃูปหวาน)เกลือ หรือ ซอสญี่ปุ่น นำมะระขูดใส้ข้างในออก และล้างด้วยน้ำเกลือ ตั้งหม้อพอน้ำเดือดจัดนำเห็ดฟางและมะระลงหม้อ ปรุงรสด้วยซอสญี่ปุ่น หรือเกลือ หรี่ไฟอ่อน ปิดฝา ทิ้งไว้ประมาณ สองชั่วโมง น้ำแกงจะหวานหอมอร่อย เออ...ลืมบอกใส่เก๋ากี๋สมุนไพรจีนไปด้วยและพริกไทยเล็กน้อยจะยิ่งอร่อย ซดร้อนๆ คล่องคอ
ได้น้ำอัญชัญ ผสมมะนาวหนึ่งลูก รับรอง......หวัดห่างไกล
|
|
|
|
|
เธเธฑเธเธเธถเธเธเธฒเธฃเนเธเนเธฒ
|
|
|
|
|
|
|
soup
|
 |
« เธเธญเธ #212 เนเธกเธทเนเธญ: เธชเธดเธเธซเธฒเธเธก 09, 2009, 05:22:44 PM » |
|
รู้สีกลังเลนิดหน่อยนะคะ ที่เขียนเข้ามา ประเด็นที่คุณศรชัย นำเสนอในที่นี้เป็นภาพจิ๊กซอว์ เล็กๆ ที่ปรากฎอยู่ทั่วไปในสังคมชนบทของบ้านเรา โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าเป็นภาพที่ดีมากๆ เป็นความหวัง ถ้าตัวคุณหมอท่านนั้น และคุณศรชัยจะไม่เหนื่อยล้ากับการขัดแย้งดังที่เล่ามาไปเสียก่อน ถ้าข้ามพ้นไปได้ เราจะมีการถ่ายทอดความรู้ต่อกันและกันมากขึ้น ซึ่งนำไปสู่ ภาพใหม่ๆ ในการผลิต การบริโภค และการพัฒนาอย่างแท้จริง
องค์ความรู้เรื่องการทำนา การคัดเลือกพันธุ์ การใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่เหมาะสม รวมถึง ขนาด พื้นที่ในการทำ มีการต่อยอดความรู้ไปมากมาย คำว่า "ภูมิปัญญา" ไม่ได้แปลว่าต้องขุดเอาของเก่ามาใช้ ไม่พึ่งพาเครื่ืองจักร การสนับสนุนการลงแขกทำนา ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องหันหลังไปใช้ชีวิตแบบ 30 ปีก่อน หลายเรื่องมีพลวัตของมัน ไม่ต้องเป็นภาพแห้งๆ อย่างปัจจุบัน และไม่ต้องเป็นภาพฝันของอดีต แต่มันเป็นภาพใหม่ๆ ซึ่งเราทุกคนก็ยังไม่รู้ว่าอะไรจนกว่าเราจะค่อยๆ ได้พูดคุยแล้วริ่เริ่มทำมันอย่างแท้จริง
ภาพการพูดคุยของอาจารย์(ที่ไม่ใช่ข้าราชการกระทรวงเกษตร) หมอ ชาวนา นี่ก็เป็นมิติใหม่ๆ หรือแม้กระทั่งงานที่คุณดาลงไปคลุกคลีกับเรื่องข้าว ก็ใหม่มาก ทำให้รู้สึกมีความหวังมากค่ะ
เคยเปรยกับท่านอาจารย์ใหญ่ วญ. ไปครั้งหนึ่งว่า การเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ เริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ เสมอ แต่เราต้องไม่หวังให้มันเปลี่ยนแปลงในทันใด ใหญ่ในทันที เพราะนั่นไม่จริง (ราชการบ้านเราชอบคิดแบบนี้ แล้วพังทุกที) เริ่มจากสิ่งเล็ก แต่ทำจริงๆ แล้วมันจะค่อยๆ จริง เหมือนจุดเทียนในที่มืด ตรงโน้นจุด ตรงนี้จุด แล้วมันจะค่อยๆ ส่งแสงเรื่องรองขึ้นมาเองในภาพรวม มันอาจไม่สว่างพรึบอย่างไฟฟ้า แต่มันดูมีชีวิตชีวากว่าเยอะเลย งดงามในความสลัว
|
|
|
|
|
เธเธฑเธเธเธถเธเธเธฒเธฃเนเธเนเธฒ
|
|
|
|
|
ตห (เต้าหู้)
|
 |
« เธเธญเธ #213 เนเธกเธทเนเธญ: เธชเธดเธเธซเธฒเธเธก 11, 2009, 10:32:50 AM » |
|
เค้าว่ากันว่า "มรกต" ที่พัดถล่มเอเชียอยู่นี้ แรง นัก เราก็ไม่รู้ว่าแรง แค่ไหน จนกระทั่ง เห็นภาพโรงแรมในไต้หวัน ถล่มไปต่อหน้าต่อตา ทั้งหลัง ยอดผู้เสียชีวิตจนปัจจุบัน ก็ไม่กี่สิบคน แต่ บีบีซีบอกว่า ยอดผู้สูญหายนี่สิ น่าตกใจ http://news.bbc.co.uk/2/hi/asia-pacific/8191965.stmตอนนี้อากาศที่เชียงราย มีสองฤดู คือร้อนจัด สลับกับฝนต่อเนื่อง สามคูณสาม ประมาณนั้น นั่งดูมดขนไข่กันจ้าละหวั่น (เราเองไม่มีไข่จะขน ;D) อีกไม่นาน คงได้ยลโฉมหางมรกตกระมัง
|
|
|
|
เธเธฑเธเธเธถเธเธเธฒเธฃเนเธเนเธฒ
|
If quantum mechanics hasn't profoundly shocked you, you haven't understood it yet.- Niels Bohr
|
|
|
|
ตห (เต้าหู้)
|
 |
« เธเธญเธ #214 เนเธกเธทเนเธญ: เธชเธดเธเธซเธฒเธเธก 12, 2009, 09:04:49 AM » |
|
ตามหาแรงบันดาลใจ ผ่านสายไฟฟ้า แล้วก็ได้เจอ ผู้หญิงอีกคน Jamine Benyus ... เธอบอกว่า เธอเติบโตท่ามกลางอัจฉริยะ... ลองฟังเธอพูดนะคะ http://www.ted.com/talks/janine_benyus_biomimicry_in_action.htmlถ้าจำไม่ผิด ฟริตจอป คราปรา เคยกล่าวถึงเทคโนโลยีแห่งอนาคตไว้ในหนังสือของเขา เทคโนโลยีที่เรียนรู้จากธรรมชาติ ต้นไม้สูบน้ำจากพื้นดินขึ้นไปเลี้ยงยอดไม้ได้อย่างไร โดยไม่ต้องมีเครื่องปั๊ม, หรือปลาไหลไฟฟ้าอามาซอนสร้างกระแสไฟฟ้า 600 โวล์ ขึ้นมาจากสารเคมีปกติในร่างกาย (ที่มนุษย์เราก็มี) ทั้งกระแสไฟฟ้าขนาดนั้นไม่เป็นอันตรายกับตัวมันเอง ได้ยังไงฯลฯ หลายต่อหลายเทคโนโลยีที่เธอนำมากล่าวเป็นตัวอย่างอ้างอิงล้วนเรียนรู้จากธรรมชาติรอบๆ ตัวเรา แน่นอนว่า ในรายละเอียด ย่อมมีอะไรต่อมิอะไรให้ตั้งคำถาม หากแรงบันดาลใจนั้น รับไปได้เต็มๆ ในวันที่สภาพอากาศรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ
|
|
|
|
|
เธเธฑเธเธเธถเธเธเธฒเธฃเนเธเนเธฒ
|
If quantum mechanics hasn't profoundly shocked you, you haven't understood it yet.- Niels Bohr
|
|
|
|
Suchada
|
 |
« เธเธญเธ #215 เนเธกเธทเนเธญ: เธชเธดเธเธซเธฒเธเธก 12, 2009, 04:25:34 PM » |
|
ชอบเรื่องที่คุณเมเอามาแนะนำนี้มากๆ เลยล่ะ ขอบคุณนะคะ .... ผู้หญิงคนนี้น่าทึ่งจริงๆ  เธอช่วยเปิดโลกทัศน์ ทำให้เรา ผู้ซึ่งกำลังศึกษาวิวัฒนาการทางเทคโนโลยี่ และผลงานสร้างสรรค์ของมนุษย์จากสิทธิบัตรต่างๆ ... ถึงกับอึ้ง เมื่อสักครู่นี้ เข้าไปดูใน www.asknature.org ที่คุณ Benyus พูดถึงในวีดีโอ (the website that organize all biological information by design and engineering function.)ดูแล้วก็ตัดสินใจ ส่งเมล์แนะนำต่อไปยังบรรดานักวิจัยฯ ทั้งหลายในบริษัทของเรา .... น่าจะเป็นประโยชน์ ชอบคำถามที่ Benyus ชวนให้เราคิด .... What?s worth solving? ทุกวันนี้รอบตัวเรามีปัญหามากมายที่ดูเหมือนรอให้มีคนแก้ไข แต่เรื่องไหนล่ะ ที่เราควรมาช่วยกันทำอย่างจริงจัง เรื่องไหนที่เราน่าจะทำได้ How can we do what life has learnt to do? Re-design challenge of our century, we need the way to remind ourselves of those geniuses and somehow mix them again. คำตอบอาจจะขึ้นกับความรู้ ความสามารถและศักยภาพที่แตกต่างกันของเราแต่ละคน การศึกษาอย่างลึกซึ้งจากธรรมชาติและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างคนที่ทำงานอยู่ในสาขาต่างๆ น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญ นึกถึงคำพูดของพ่อครูบาสุทธินันท์ ในเช้าวันหนึ่งที่ไปเดินในสวนป่า ที่มหาชีวาลัยอิสาน บุรีรัมย์ ?ต้นไม้ ไม่เคยบ่น ไม่เคยต่อว่าสภาพแวดล้อมรอบตัว หากปรับเปลี่ยนเพื่อให้อยู่รอดและเติบโตได้ตลอดเวลา?
|
|
|
|
|
เธเธฑเธเธเธถเธเธเธฒเธฃเนเธเนเธฒ
|
การรู้จักเส้นทางเป็นเรื่องหนึ่ง การเดินไปในเส้นทางนั้นด้วยตัวเองเป็นอีกเรื่อง
|
|
|
|
ตห (เต้าหู้)
|
 |
« เธเธญเธ #216 เนเธกเธทเนเธญ: เธชเธดเธเธซเธฒเธเธก 14, 2009, 10:01:21 AM » |
|
ดีจังค่ะ มีอีกนะคะ เพื่อนแนะนำมาว่า คุณเจมส์ มาติน นี่ก็เป็นของแท้อีกคนหนึ่ง เธอเขียนหนังสือชื่อ The Meaning of the 21st Century เป็นหนังสือที่ยอดเยี่ยมมาก และคุณมาตินก็ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการก่อร่าง The James Martin 21st Century School ขึ้นมาไว้เพื่อให้เป็นมหาวิทยาลัยแห่งอนาคต ปัญหาไหนหนักที่สุด เราควรทำอะไรก่อน อย่างไร? http://www.21school.ox.ac.uk/resources/video.cfm เลือกฟังกันได้ตามจริตเลยค่ะ
|
|
|
|
|
เธเธฑเธเธเธถเธเธเธฒเธฃเนเธเนเธฒ
|
If quantum mechanics hasn't profoundly shocked you, you haven't understood it yet.- Niels Bohr
|
|
|
|
toi
|
 |
« เธเธญเธ #217 เนเธกเธทเนเธญ: เธชเธดเธเธซเธฒเธเธก 14, 2009, 12:41:13 PM » |
|
เก็บตกจากการสนทนาวิสาสะ "ทำกินถิ่นเรา" ณ สวนฝากฟาง บ้านคุณเดช ชุมแสง จ.นครสวรรค์

เมื่อพวกเรามาพร้อมหน้าพร้อมตากันแล้วคุณเดชก็เริ่มจากการแจ้งวัตถุประสงค์ หรือที่เจ้าตัวบอกว่าเป็นเหตุที่ตัวชักชวนผู้อื่นมาร่วมวง สนทนาในครั้งนี้ เธอตั้งหัวข้อเอาไว้ว่าเป็น "เครือข่าย ข้าวกล้อง ปลอดสารพิษ เพื่อการกินอยู่อย่างยั่งยืน" ผู้เข้าร่วมในวันนั้นก็คือ ผม หมอสมพงษ์ ชาวนาตัวจริง พี่เสถียร คุณครูโรงเรียนชุมแสงชนูทิศ พี่อำพร และอีกท่านหนึ่งผมจำชื่อไม่ได้ พี่วุฒิ และครอบครัวคุณเดช
รายละเอียดในการสนทนามีมาก แต่ผมคงจะถ่ายทอดเฉพาะสิ่งที่สะกิดใจ คุณหมอสมพงษ์เริ่มก่อนโดยตั้งข้อสังเกตว่าเราควรเริ่มมาสำรวจกันที่ฐานการผลิต หรือ Supply ว่าชาวนาที่มารวมกลุ่มในการสร้างเครือข่ายกันในครั้งนี้เมื่อรวมกันทั้งหมดแล้วมีกี่ครอบครัว และมีผลผลิตข้าวกล้องปลอดสารโดยรวมเท่าใด คุณเดชตอบว่าตนมีครึ่งไร่ ที่เป็นข้าวปลอดสารพิษแท้ ๆ ไม่มีสารเคมีเจือปนในทุกขั้นตอนการผลิต แต่พี่เสถียรบอกว่ามีเจ็ดไร่ แต่ส่วนใหญ่ยังปลูกข้าวตามวิธีทั่ว ๆ ไปก็คือใ้ช้สารเคมี แต่ก็มีใจอยากจะทดลองผลิตอย่างปลอดสาร แต่ไม่สามารถจะปลูกในแถบที่ตนทำอยู่ได้ด้วยเพราะบริเวณนั้นได้ทำนาในแบบใช้สารไปแล้ว จำต้องหาที่ใหม่ การสนทนาแปรเปลี่ยนไปเป็นการแลกเปลี่ยนกันถึงวิธีการปลูกข้าว โดยคุณเดชได้พูดถึงวิธีการปลูกของตนที่ได้ปรับเปลี่ยนแก้ปัญหามาเป็นเวลาถึง 9 ปี จนได้องค์ความรู้ชุดหนึ่งที่เริ่มใ้ช้การได้ ในการสู้กับศัตรูพืชเช่น หญ้า หอยเชอรี่ โดยมิต้องใช้สารเคมี แต่ยังติดขัดที่การดำนา ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ต้องอาศัยแรงงานสูง เมื่อชาวนาไทยเข้าสู่ยุคเกษตรอุตสาหกรรมแล้ว วัฒนธรรมการลงแขกซึ่งเมื่อสมัยก่อนทำให้การดำนาโดยใช้มือเป็นไปได้ และคุ้มค่าทางเศรษฐกิจก็เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป การดำนาเมื่อต้องใช้แรงงานมาก ในครอบครัวคุณเดชซึ่งมีแรงงานอยู่น้อยพ่อแม่ลูก การทำนาครึ่งไร่จึงเหมาะสมกับวิถีีชีวิตของตน ตรงนี้ หมอสมพงษ์ ท้าวความถึงสิ่งที่ตนทำในการสร้างเครือข่ายโรงเรียนชาวนา และการใช้เครื่องทุ่นแรงบางอย่างที่ไม่ทำให้ชีวิตคนต้องพึ่งพากับเครื่องจักร เช่นเครื่องดำนา ซึ่งลงทุนเครื่องเล็กประมาณแสนกว่าบาท ซึ่งคุณหมอก็ได้รวบรวมเงินและจัดซื้อให้กับชาวนาในหลายจังหวัด รวมทั้งจังหวัดนครสวรรค์ด้วย แต่คุณเดช ยังติเรื่องเครื่องดำนาว่าทำให้ข้าวช้ำจึงยังไม่อยากจะนำมาใช้ ช่วงต่อมาเราสนทนากันถึงพิษภัยของสารเคมี ว่าชีวิตของชาวนาไทยและผู้บริโภคข้าวน่าเป็นห่วง พี่เสถียรเล่าว่าเมื่อก่อนไม่เคยรู้จักว่าโรคเบาหวานเป็นอย่างไร ไม่เคยได้ยิน เพราะทั้งจังหวัดเคยได้ยินว่าคุณนายคนหนึ่งที่เคยอยู่แถวบ้าน ได้ย้ายถิ่นไปอยู่ที่กรุงเทพ ต่อมาเธอกินดีอยู่ดีหรืออย่างไร ไม่ทราบก็เลยเป็นโรคเบาหวาน แต่มาสมัยปัจจุบัน โรคเบาหวานเป็นเรื่องปกติ แทบจะมีให้เห็นในทุก ๆ ครัวเรือนของชาวนา และชาวบ้าน แถวบ้านเขา ก็เป็นเรื่องน่าแปลก หมอสมพงษ์บอกว่าเคยได้ยินเรื่องยาฆ่าหญ้าที่ชาวนาใช้ในที่นา แล้วมีสุนัขตัวหนึ่งมันลงวิ่งเล่นในนา วิ่งจากฝั่งหนึ่งไปถึงอีกฝั่งหนึ่งแล้วสิ้นใจตาย เพราะเหมือนกับว่ามันได้ลงไปว่ายในอ่างน้ำที่เต็มไปด้วยสารพิษ! ครูอำพรเสริมว่าโรงเรียนที่ตนสอนอยู่นั้นมีอาคารหนึ่งอยู่ติดกับที่นา ทุก ๆ ปี ปีละสองครั้งจะได้กลิ่นสารเคมีรุนแรงโชยเข้ามาในห้องที่ตนสอนอยู่ กลิ่นของมันรุนแรงและจำได้ติดจมูกเลย เด็กที่อยู่ในห้องทุกคนก็จำต้องสูดกลิ่นสารพิษเหล่านี้ไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
 คุณหมอสมพงษ์ ตามสไตล์นักพัฒนา เสนอแผนที่เพื่อการสร้างเครือข่ายเพื่อประกอบการพิจารณา คุณหมอบอกว่าหากเราจะสร้างเครือข่ายได้เราต้องสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ 1. การคัดเลือกพันธ์ข้าว 2. ความอุดมสมบูรณ์ของดิน 3. องค์ความรู้เรื่องระบบนิเวศน์ 4. ชุมชนนักปฏิบัติ (COP) หรือ สังฆะ พันธ์ข้าว เป็นเรื่องสำคัญเพราะจะทำให้เราเป็นไทกับตัวเอง หากพันธ์ข้าวที่เราใช้ต้องซื้อหามาแล้วเราก็ยังไม่เป็นอิสระ หรือพึ่งตัวเองได้อย่างแท้จริง ส่วนเรื่อง COP นั้น คุณหมอให้ข้อสังเกตุว่าการสร้างชุมชนนักปฏิบัติเราจะต้องเกื้อกูลซึ่งกันและกันอย่างกัลยาณมิตร เช่นถ้าเกษตรกรคนใดยังติดหนี้อยู่ เราก็จะต้องมีควาทุกข์ประหนึ่งว่าหนี้นั้นเป็นของเราเอง หมอสมพงษ์ถามพี่เสถียรว่ายังเป็นหนี้อยู่หรือไม่ ซึ่งเขาบอกว่าเป็น หมอสมพงษ์บอกว่าถ้าเช่นนั้นเราเองจะต้องเป็นเดือดเป็นร้อนแทนเขา ถ้าหากคุณเดชทำได้เอาตัวรอดได้ ไม่น่าเป็นห่วง แต่ทำอย่างไรจะทำให้คนข้าง ๆ เราอยู่รอดได้ด้วย ถ้าเช่นนั้นจึงจะเรียกว่าสร้างเครือข่ายได้สำเร็จ คุณหมออยากให้คุณเดชเพิ่มผลผลิตสักสิบไร่ เพื่อให้มีน้ำหนักในการทำงานซึ่งจะเสริมสร้างให้เครือข่ายมีความแข็งแรง การปลูกข้าวเพียงครึ่งไร่นั้นยังไม่สามารถสร้างผลกระทบกับใครได้อย่างแท้จริง เมื่อการสนทนาดำเนินมาจนถึงจุดนี้ ผมทราบว่ามันเป็นจุดวิกฤตหรือจุดแตกหักที่สำคัญเสียแล้ว เพราะการตั้งโจทย์มาเช่นนี้ย่อม ไปกระทบถึงตัวตน ศรัทธา ความเชื่อ และอุดมการณ์ของคุณเดช คุณเดชอธิบายด้วยอารมณ์กรุ่น ๆ ว่า เขาสามารถที่จะทำสิบไร่ก็ได้ แต่เขาไม่ทำถ้าหากมันจะไปกระทบกับวิถีชีวิตของเขา ผมจึงว่าคุณเดชให้คุณค่ากับวิถีอิสระ ที่พึ่งพาตัวเองได้ ไม่ได้มองเชิงปริมาณ หรือ Supply มาก่อน เขาฝันถึงการที่ทุกคนมาช่วยกันดำนา เพื่อที่จะไม่ต้องพึ่งพิงเครื่องจักร เขาฝันถึงวิถีชีวิตที่น่ารัก ที่ผู้คนปฏิสัมพันธ์กันด้วยน้ำจิตน้ำใจที่งดงาม ไม่ใช่เอาเงินเป็นตัวตั้ง ถึงจุดที่อารมณ์ขึ้นถึงสุดคุณเดชหลุดปากออกมาคำหนึ่ง "ฉันจะสัมพันธ์กับแกก็ต่อเมื่อฉันต้องการเงินเท่านั้น" แกในที่นี้ก็คือผู้บริโภคที่จะมาซื้อข้าวของคุณเดช ซึ่งก็คงหมายรวมถึงตัวของผมเองด้วย ประโยคนี้ทำให้ผมสะอึก เพราะรู้ว่าแม้ผู้พูดมิได้มีเจตนาไม่ดี แต่มันชวนให้เราคิดว่าเรามีความหมายกับคุณเดชเพียงแค่ผู้เอาเงินมาให้เขาเท่านั้นเองหรือ

คุณเดชให้อ้อยเอากระป๋องใบหนึ่งซึ่งภายในบรรจุผงสีขาว ๆ เธอบอกว่านี่คือแป้งมันซึ่งสำหรับคนทั่วไปแล้วไม่ได้มีราคาค่างวดอะไร แต่เธอได้เพียรพยายามทำแป้งมันขึ้นใช้เองจากมันสัมปะหลังที่ปลูกที่ไร่ของตน และนี่เป็นตัวอย่างเล็กน้อยที่จะบอกว่า ฉันต้องการ "เอาวิถีชีวิตของฉันคืนมา" เพราะในแป้งมันที่เรารับประทานกันอยู่นั้นเต็มไปด้วยสารพิษ สารเคมี เช่นยาฆ่าหญ้า การทำแป้งมันขึ้นใช้เองเป็นการป่าวประกาศให้โลกรู้ว่าตัวฉันสามารถพึ่งพาตัวเองได้ เป็นการดึงอำนาจของการผลิตกลับคืนมาสู่ครัวเรือน ซึ่งมันถูกทำให้หายไปนานตั้งแต่สมัยปฏิวัติอุตสาหกรรม ปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเราถูกทำให้กลายเป็น "นักบริโภคมืออาชีพ" คือเราบริโภคทุกอย่างโดยที่มิได้ใส่ใจว่าที่มาที่ไปมาจากไหน เราเกิดมาก็มีสิ่งอำนวยความสะดวก มีอาหารสำเร็จรูปมากมาย มีน้ำปลาอยู่ในขวด มีเกลือ พริกไทบรรจุกระป๋องมาเรียบร้อยแล้ว เราไม่ใคร่ได้ตั้งคำถามถึงแหล่งที่มาของสิ่งที่เราบริโภคเท่าใดนัก ตราบใดที่มันสะดวกสบาย การที่คุณเดชยกกระป๋องแป้งมันขึ้นมามันคล้ายเป็นการประกาศอิสรภาพ ที่ผู้บริโภคในยุคใหม่จะขบถต่อขนบและความคุ้นชินของสังคม มันเป็นท่าทีที่งดงาม แต่ผมก็แอบสงสัยไม่ได้ว่าฤาจะสายไปแล้วที่เราจะประกาศซึ่งความเป็นไท เพราะในที่สุดมนุษย์ก็คงไม่เป็นอิสระที่แท้จริง ประการแรก ถ้าหากพิจารณาภายนอก แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะอยู่อย่างไม่พึ่งพาใคร หรือแม้แต่จะพึ่งพากันเองในชุมชนก็ยังยาก เพราะวิถีเศรษฐกิจแบบชาวบ้านนั้นได้สูญหายไปนานแล้ว ทุกวันนี้แม้ว่าเราจะอยู่บ้านนอกที่ห่างไกลแต่เราก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เพราะเราคงไม่ลุกขึ้นมาปั้นโถส้วมเอาไว้ใช้เอง และแม้ว่าเราจะได้ เราควรทำหรือไม่? นี่เป็นคำถามหนึ่งที่ผุดขึ้นในใจของผม ดูภายในบ้านของคุณเดชเองก็ประกอบด้วยเครื่องอำนวยความสะดวกให้กับชีวิตพอสมควร บ้านที่สร้างด้วยคอนกรีตเป็นเรือนครึ่งตึกครึ่งไม้ หรือแม้แต่เครื่องสีข้าวอันใหม่ก็มาจากเทคโนโลยีภาคอุตสาหกรรม คำถามจึงมีอยู่ว่าเราจะพึ่งพาตัวเองในระดับใดจึงจะเหมาะสม ไม่เป็นพิษภัยกับตัวเอง ไม่เป็นโทษภัยกับผู้อื่น? และประการที่สองก็คืออิสรภาพที่อยู่ภายในใจของเรานี่ มนุษย์เราถูกกำหนดความคิดโดยสังคม ชุมชน และอื่น ๆ อีกมากมาย ความคิดของมนุษย์สร้างสิ่งที่มีประโยชน์ มากมาย แต่ก็สร้างในสิ่งที่เป็นโทษด้วย จะทำอย่างไรในเมื่อเราเองก็ถูก "ระบบปฏิบัติการ" ใส่เอาไว้แล้วให้มีพฤติกรรมต่าง ๆ คุณลุงฟูกูโอกะอาจจะใส่โปรแกรมไว้ให้คุณเดช ส่วนคุณหมอก็ถูกใส่โปรแกรมโดยอาจารย์หมอผ่าตัดที่จุฬา หรือผมเองก็ถูกใส่โปรแกรมไว้ด้วยนักคิดชาวตะวันตกต่าง ๆ เราจะทราบได้อย่างไรว่าสิ่งที่เราคิดมันถูก มันดี ตรงนี้ก็ต้องขอยกคำของอาจารย์ท่านหนึ่งที่ผมเคารพว่า "คิดดี พูดดี ทำดี แล้วทำไมจิตใจเรายังเศร้าหมอง" จึงอยากเชิญชวนให้พวกเรากลับมาสำรวจในใจเราว่ามีความเศร้าหมอง ซึ่งก็คือวิบากที่เกิดจากความผิดเพี้ยนของการแสดงออกทางกาย วาจา และใจหรือไม่ ถ้ายังมีอยู่เราก็คงตัดสินได้ด้วยตัวเองว่าสิ่งที่เราทำนั้นเกิดประโยชน์กับกับทั้งตนเอง และผู้อื่น หรือไม่ ถ้ามันไม่เกิดก็พิจารณากันด้วยปัญญาของตนเองว่าจะปรับเปลี่ยนแก้ไขกันอย่างไรกันต่อไป เพราะ "เราต้องอยู่ให้เป็น" ทิ้งท้ายที่อาจารย์ว่าไว้อย่างนั้น!
ขอบคุณ คุณศรชัย ที่นำเรื่องวิถีชีวิต แนวความคิดเห็นที่แตกต่างและขัดแย้งในผู้คนคนเดียวกันและแต่ละคนที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันออกไป ความภาคภูมิใจในวิถีอิสระ และความพยายามในการที่จะฝ่าวงล้อมของกระบวนการทางจิตวิทยาสังคม/กระแสทุนนิยม/บริโภคนิยม ซึ่งเราก็ก้าวไม่พ้น ในชั้นประถมได้มีโอกาสสัมผัสชีวิตชาวนาของเพื่อนบ้านมาบ้าง ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงจากการใช้แรงงานคนกับควายมาป็นแรงงานคนกับรถไถนาในการย่ำข้าว หลังจากได้เห็นเครื่องสีฝัดแบบใช้มือหมุนที่มาก่อนหน้านั้น การที่เข้าสู่ระบบการศึกษาในสถานศึกษาและวิถีชีวิตของครอบครัว ที่พ่อแม่ไม่อยากให้ลูกยากลำบาก อยากให้เรียนสูงกว่าพ่อแม่มีรายได้มั่นคง มีสวัสดิการที่ดีในชีวิต ซึ่งจะได้ทั้งลูกๆและพ่อแม่ด้วย ลูกๆทุกคนที่มีชีวิตอยู่จึงทำงานราชการกันทุกคน เราอยากออกนอกระบบราชการ/ระบบทุน/บริโภคนิยม แต่ก็ไม่มีความรู้และที่นารองรับ แม้ว่าพ่อจะเตรียมการไว้แล้วแต่ก็ถูกโกงที่นาไปด้วยความที่เป็นคนต่างด้าวที่เรียนมาน้อย เรื่องการทำการเกษตรเลยยังเป็นแค่ความฝันลมๆแล้งๆไป ยิ่งสภาพร่างกายและจิตใจเราตกอยู่ในสภวาะโลกร้อนในสภาพเมือง จึงขาดไม่ได้ที่จะใช้/พึ่งพิงเครื่องอำนวยความสะดวกกาย เช่น รถ พัดลม ตู้เย็น ตู้อบไมโครเวฟ เครื่องปรับอากาศทั้งที่ที่ทำงานและที่บ้าน การไปเยี่ยมเยียนพ่อแม่ที่ช่วยเหลือตนเองได้น้อยลงทุกวัน และสภาพแวดล้อมอีกมากมายที่อยู่เหนือการควบคุมของเรามากมายรอบด้าน เงียบหายไปพักหนึ่งก็เรียนรู้ที่พร้อมจะเตรียมสู่การที่มีอายุเพิ่มขึ้น เข้าใจความขัดแย้งในตัวตนต่างๆ ทั้งของเราเองและคนอื่นมากขึ้นอีกหน่อย การดำรงชีวิอิสะนั้นแต่ละคนคงทำได้ในระดับที่แตกต่างกัน จากพื้นฐานความรู้ความคิด และสิ่งแวดล้อมที่อยู่เบื้องหลัง/การให้คุณค่ากับสิ่งต่างๆในชีวิตที่แตกต่างกันไป ภายใต้กรอบที่แตกต่างกันไม่มากก็น้อย ความสุขนั้นอยู่ที่ใจเรารู้สึกนึกคิดอย่างไร :o เมื่อเห็นภาพสะท้อนตัวเราผ่านคนอื่นก็เข้าใจธรรมชาติของคนเพิ่มขึ้นรู้จักตัวเองมากขึ้น รู้และลืมสลับกันไป ;) คิดถึงทั้งมอสมพงษ์ คุณศรชัย คุณเดช ครูณา และทุกท่านในวงน้ำชา ;D
|
|
|
|
|
เธเธฑเธเธเธถเธเธเธฒเธฃเนเธเนเธฒ
|
|
|
|
|
ตห (เต้าหู้)
|
 |
« เธเธญเธ #218 เนเธกเธทเนเธญ: เธเธฑเธเธขเธฒเธขเธ 28, 2009, 02:15:24 PM » |
|
หลังจากถล่มจนเมืองหลวงมะนิลา กลายเป็นเมืองบาดาล กฤษณา Ketsana (หรือกิสนา มาหลังนาร์กิส) กำลังจะมาเยือนเรา? ดูภาพข่าวจากฟิลิปินส์แล้วหวั่นใจจริง http://edition.cnn.com/video/#/video/us/2009/09/27/lunt.manila.flooding.cnnติดตามความคืบหน้า ประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุฯกันนะคะ http://www.tmd.go.th/list_warning.phpมีคนส่งภาพมาให้ด้วยค่ะ
|
|
|
« เนเธเนเนเธเธเธฃเธฑเนเธเธชเธธเธเธเนเธฒเธข: เธเธฑเธเธขเธฒเธขเธ 29, 2009, 10:25:52 AM เนเธเธข ตห (เต้าหู้) »
|
เธเธฑเธเธเธถเธเธเธฒเธฃเนเธเนเธฒ
|
If quantum mechanics hasn't profoundly shocked you, you haven't understood it yet.- Niels Bohr
|
|
|
|
ตห (เต้าหู้)
|
 |
« เธเธญเธ #219 เนเธกเธทเนเธญ: เธเธธเธฅเธฒเธเธก 09, 2009, 09:51:30 AM » |
|
โอก๊าซัง โอบ๊าจัง น่าจะปลอดภัยจาก melor แล้ว เมื่อวานอ่านข่าว ผ่านตาแว๊บๆ ว่า อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น 1% พายุจะแรงขึ้น 6% ไม่รู้เขาคำนวนกันยังไงเหมือนกัน เพราะตามความรู้สึกแล้ว ..คงแรงกว่านั้น ..พ่อบอกว่า หากถึง 2% คงไม่มีอะไรเหลือ ตัวใครตัวมัน อีกอย่าง เป็นระบบเคออส .. :'( จะต้องรวม feedback loops เข้าไปด้วย ตามแผนภาพนี้  ไม่น่าจะใช่ 6% กระมัง...มั๊ง จู่ๆ เนื้อเพลงท่อนนี้ก็ป๊อปอัพขึ้นมา Where do we go from here? This isn't where we intended to be We had it all, you believed in me I believed in you
Certainties disappear What do we do for our dream to survive? How do we keep all our passions alive, As we used to do?แต่มันคนละอารมณ์เพลงกับที่มาดอนนาร้องไว้เลยนะ และขอเพิ่มเติมลิงค์วีดีโอจาก cnn วันนี้ (16 ตค.2009) ถึงความรุนแรง รวดเร็ว อย่างชนิดที่เกือบจะเรียกได้ว่า หายวับไปกับตา ของแผ่นน้ำแข็งอาร์ติก จากการสำรวจครั้งล่าสุดhttp://edition.cnn.com/video/#/video/tech/2009/10/15/black.arctic.free.ice.cnn
|
|
|
« เนเธเนเนเธเธเธฃเธฑเนเธเธชเธธเธเธเนเธฒเธข: เธเธธเธฅเธฒเธเธก 16, 2009, 08:09:11 AM เนเธเธข ตห (เต้าหู้) »
|
เธเธฑเธเธเธถเธเธเธฒเธฃเนเธเนเธฒ
|
If quantum mechanics hasn't profoundly shocked you, you haven't understood it yet.- Niels Bohr
|
|
|
|
ตห (เต้าหู้)
|
 |
« เธเธญเธ #220 เนเธกเธทเนเธญ: เธเธธเธฅเธฒเธเธก 19, 2009, 07:57:59 AM » |
|
หนุ่ม น้อยคนหนึ่งให้สัมภาษณ์ cnn เมื่อสองสามวันก่อนว่า "ไม่ว่าเราจะทำอะไร (ย้ำ ไม่ว่าจะทำอะไรกัน) ในวันนี้ น้ำทะเลก็จะขึ้นสูงหนึ่งฟุตถึงห้าสิบเซ็นติเมตร และเรา (ทั้งโลก) จะต้องสูญเสียผืนดิน ไป 77% อย่างแน่นอน... และเมื่อถึงตอนนั้น ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กับอารยธรรมมนุษยชาติ"  หนุ่มน้อยคนนี้ชื่อ Bj?rn Lomborg เป็นหนึ่งในห้าสิบคนที่สำนักข่าวดังยกให้เป็นคนที่จะสามารถรักษา กอบกู้โลกใบนี้เอาไว้ได้ ..โหย.. ไอ่หนุ่มหน้ามนที่ใส่แต่เสื้อยืดกางเกงยีนส์คนนี้เนี่ยนะ เกินไปหน่อยล่ะมั้ง เห็นทีจะต้องลองฟัง ลองอ่านว่านายคิดอะไร? http://www.copenhagenconsensus.comhttp://www.youtube.com/user/CopenhagenConsensus#p/a/u/2/zfa3fExNMuk
|
|
|
|
« เนเธเนเนเธเธเธฃเธฑเนเธเธชเธธเธเธเนเธฒเธข: เธเธธเธฅเธฒเธเธก 19, 2009, 07:59:03 AM เนเธเธข ตห (เต้าหู้) »
|
เธเธฑเธเธเธถเธเธเธฒเธฃเนเธเนเธฒ
|
If quantum mechanics hasn't profoundly shocked you, you haven't understood it yet.- Niels Bohr
|
|
|
|
ตห (เต้าหู้)
|
 |
« เธเธญเธ #221 เนเธกเธทเนเธญ: เธเธธเธฅเธฒเธเธก 21, 2009, 06:59:13 PM » |
|
realistic มากเกินไปแล้วกระทู้นี้ หยุดพักเพื่อฝันกันหน่อย
ก็ช่วงนี้ได้รับข่าวสาร ภาพฝัน จากนักฝันมากมาย ผู้เปี่ยมความหวังว่าจะได้มีชีวิตรอด และได้อยู่เมืองใหม่ หลังน้ำทะเลขึ้นสูงอันเนื่องมาจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง โลกร้อน ...(บ้างก็หนีโลกไประเบิดดวงจันทร์หาน้ำเพื่อโครงการสร้างอาณานิคม)
ดูภาพที่สวยงามบนโลกใบนี้แล้วก็มีความสุข แต่จะได้อยู่เมืองใหม่ประหนึ่งสวรรค์นี้รึเปล่า? ... เกิดเป็นมนุษย์ก็ต้องมีความหวัง แม้เราตายแล้วก็เกิดใหม่มาอยู่ก็ได้นี่เนอะ ;D แบ่งปันกันชมค่ะ โครงการเมืองลอยน้ำแห่งอนาคต (ได้แนวคิดจากใบบัว) และ posaidon resort ใต้ทะเลที่กำลังก่อสร้างอยู่ที่เกาะฟิจิ (FW เมล์กันมาตรึมเลย)
|
|
|
|
เธเธฑเธเธเธถเธเธเธฒเธฃเนเธเนเธฒ
|
If quantum mechanics hasn't profoundly shocked you, you haven't understood it yet.- Niels Bohr
|
|
|
|
หนูจุด
|
 |
« เธเธญเธ #222 เนเธกเธทเนเธญ: เธเธฑเธเธงเธฒเธเธก 08, 2009, 01:56:32 PM » |
|
อย่างที่พี่เมคงรู้ว่า ช่วงนี้มีงานประชุมที่โคเป็นเฮเกน เรื่อง Climate Change Conference [6. - 18. December 2009]พอดีพ่อนโมไปร่วมงานนี้ด้วย และเขียนจดหมายมาถึงนโม เห็นว่าได้ภาพการจัดงานบางส่วนที่เล็กๆ น่ารักและน่าสนใจมากๆ ดี เลยนำมาแบ่งปันกันค่ะ
นโมลูกรัก
พ่อกำลังนั่งเขียนจดหมายฉบับนี้ในกระโจมขนาดใหญ่ พ่อขำมากเลย และคิดถึงนโมตั้งแต่พ่อขึ้นรถไฟฟ้าออกจากสนามบินโคเป็นฯ ตอนนี้นโมคงจะตื่นแล้ว และกำลังเล่นกับอาอาร์ตอยู่ หรือไม่แม่ก็ไปรับนโมมาเล่นที่บ้านแม่แล้ว
พอพ่อลงจากเครื่องบิน มาที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ก็มีป้ายบอกว่าคนที่มาประชุมฯครั้งนี้ ให้เข้าช่องทางพิเศษ แล้วก็มีคนพาพ่อผ่านด่านอย่างง่ายดาย พ่อนึกว่าแหมประชุมครั้งนี้โก้จัง แล้วก็เดินออกมาเพื่อขึ้นรถต่อไปยังที่ีหมาย พ่อถามพนักงานการบินไทยว่า เมโทรเมืองนี้เป็นรถไฟใต้ดินหรือเป็นรถเมล์ เขาว่าเป็นรถเมล์
พ่อลงมาถึงกลางท่าอากาศยาน ถามอีกที่ปรากฏว่าเป็นรถไฟฟ้า และต้องเสียเงินด้วย ๓๑.๕ โครน แต่คนอธิบายก็ใจดี บอกละเอียดว่าพ่อลงตรงไหน รถไฟฟ้าที่นี่ไม่มีคนขับ ใช้บังคับด้วยคอมพิ้วเต้อ แต่คนอธิบายบอกว่าถ้าเสียก็ต้องใช้คนขับเหมือนกัน และเสียบ่อยๆด้วย
พอพ่อลงที่สถานีบ้านคริสเตียน แล้วถามหา ลานสันติภาพ ปรากฏว่าไม่มีใครรู้จักเลย เจ้าหน้าที่ในสถานีก็ไม่รู้จัก คนโดยสารอีกคนบอกว่าลองไปถามที่เซเว่นดู พอพ่อออกจากสถานีรถไฟ โอ้โห มืดตึดตื้อเลย แฮะๆ ๗ โมงกว่าแล้ว แต่ยังไม่สว่างเลย ถนนเฉอะแฉะไปด้วยหยากนำ้ฝน แต่ดีว่าไม่ตก คนที่เซเว่นก็ไม่รู้จัก พ่อเดินออกจากเซเว่นไปหาโทรศัพท์ (ครั้งละ๕โครน) โทรหาคนที่ติดต่อพ่อให้มาประชุม ก็ไม่มีคนรับ
เอ ทำไงดี พ่อเดินไปตามถนน เห็นคนเริ่ิมไปทำงานกันมาก มีคนขี่จักรยานกันมากมาย มีทางให้จักยานวิ่งโดยเฉพาะ ยอดมากเลย แม่บางคนถีบสามล้อ ให้ลูกนั่งข้างหน้า เหมือนซาเล้งบ้านเรา เก๋เชียว รถเมล์ก็มาก และนั่งสบาย พ่อเดินไปที่เห็นแท๊กซี่รอคนอยู่ เขาก็บอกว่าไม่รู้จักเลย ตายละ แม้แต่แท๊กซี่ยังไม่รู้จัก แล้วเราจะไปหาเจอได้อย่างไร ในจดหมายเขาบอกว่าถามใครๆก็รู้จัก พ่อชักหนาวเลยเดินเข้าไปร้านกาแฟและขนมปัง สั่งชาร้อนมากินหนึ่งถ้วย คนขาดูท่าทางใจดี พ่อเลยถามว่าจะไปที่ ลานสันติภาพยังไง รู้จักไหม เธอคิดนิดหนึ่งก็ยิ้มออก พ่อดีใจมากเลย แล้วเธอก็บอกทางพ่อให้เดินไป บอกว่า ๓นาทีเท่านั้น พ่อก็เดินซดชาไปเรื่อยๆ ฟ้ายังมืด แต่เร่ิมสว่างขึ้นนิดๆ มีนกร้องบ้างแล้ว แต่ไม่มีแสงแดดเหมือนบ้านเรา ใบไม้ก็ทิ้งใบหมดแล้ว เหมือนเดินในหมอก พ่อมาถึงโบสถที่เขาบอก พ่อก็งงอีก ไปทางไหนดีหว่า
พอดีมีคนอายุเท่าๆพ่อ หรืออาจจะหนุ่มกว่า ถือถ้วยกาแฟ ยืนกินขนมบังอยู่ริมถนนหน้าโบสถ พ่อก็เข้าไปถาม ?ขอโทษครับ ผมอยากไปที่ลานสันติภาพ คุณช่วยบอกทางให้ผมหน่อยได้ไหมครับ ? เขาตอบพ่อว่า ?ได้สิ คุณโชคดีมากเลย ที่มาเจอผม เพราะผมเป็นคนทำครัวอยู่ที่นั่น พวกเราเพิ่ิงมาจากเบอร์ลินเมื่อคืนนี้เอง?
แล้วเราก็เดินคุยกันมาที่ลานสันติภาพ พ่อนึกในใจว่าคงจะเป็นตึกใหญ่ ตั้งอยู่บนลานอะไรสักอย่าง แต่พ่อมาถึงพ่อขำมากเลย เป็นลานจริงๆ มีเต้นท์กางเต็มไปหมดเลย คล้ายๆกระโจมของพวกมองโกเลียที่เราดูในหนัง
พอเดินเข้าไป ก็เป็นกระโจมใหญ่ ภายในกว้างขวาง และเป็นที่ประชุมจุคนได้เป็นร้อย แล้วพ่อก็เห็นที่ที่พ่อจะขึ้นไปยืนพูด พ่อพอจะเข้าใจว่า การประชุมที่นี่คงเป็นของพวกนักกิจกรรมจากทั่วโลกที่ เน้นการสร้างชุมชนนิเวศ(Eco-village)ที่เข้มแข็ง เพื่อบอกให้นักการเมืองและพวกข้าราชการที่มีอำนาจรู้ว่า หนทางที่จะแก้ปัญหาโลกร้อนนั้น มนุษย์จะต้องสร้างชุมชนขึ้นใหม่ สมาทานวีถีชีวิตใหม่ ที่จะทำให้คนมีความสุขโดยไม่ต้องใช้ทรัพย์สมบัติมากมายอย่างที่คนสมัยใหม่ กำลังทำกันอยู่
พอพ่อนั่งลง เขียนจดหมายถึงนโม ก็มีเจ้าภาพมาถึง และทักทายพ่อ และบอกพ่อว่า พ่อต้องพูดเมื่อไร อย่างไร ในสามสี่วันที่จะถึงนี้
เสียงคนมามากขึ้นเรื่อยๆแล้ว มีเสียงเปาะแปะกระทบหลังคากระโจม และมีเสียงรถหวออยู่ไกลๆ พ่อจบจดหมายฉบับแรกแค่นี้ก่อน
รักและคิดถึงนโมเสมอ พ่อ
***************** เขียนในที่ประชุม ประมาณ ๑๑โมงเช้ากว่าๆ
นโมลูกรัก
ก่อนที่ถึงกำหนดที่พ่อจะพ่อจะพูด ประมาณ ๙โมงเช้าของที่นี่ เขาเรียกประชุมให้ทุกคนช่วยกันทำงาน จัดการในการประชุมครั้งนี้ ตอนนี้ีมีคนมาประมาณ๑๐คน พ่อช่่วยเขาจัดโต๊ะสำหรับประชุมด้วย พอใกล้จะเริ่มรายการ เขาชวนพ่อออกไปร่วมพิธีกรรมข้างนอก ยืนรอบกองไฟ ตอนนี้คนประมาณ ๒๐ คน มีคนแก่พูดใ้หเรานึกถึงดินนำ้ลมไฟ ที่เราเกิดจาก และที่เราจะกลับไปหา ให้นึกถึงคุณของแผ่นดิน ของพืช ของสัตว์ และของเพื่อนมนุษย์ และจบลงด้วยให้เราระลึกว่า เราอยู่ในจักรภพที่ใหญ่มาก และ เราเป็นเพียงส่วนน้อยๆของจักรวาลเท่านั้น โลกเราเป็นฝุ่นเม็ดเล็กๆ และมนุษย์สำคัญน้อยมากในจักรวาลนี้
ตาคนนี้พูดนานประมาณ ๒๐นาที พ่อชอบมากเลย แล้วเราก็เข้ามาเพื่อเริ่มประชุม ก่อนประชุม มีคนชวนให้ลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย เต้นไปเต้นมา แบบทำโยคะแล้ว ก็ร้องเพลงด้วยกันประมาณ ๑๕ นาที ก่อนจะเริ่มประชุมจริงๆ ทำให้ทุกคนตื่นและพร้อมสำหรับการประชุมมากขึ้น
แล้วการประชุมก็เริ่ิมขึ้น พ่อเป็นหนึ่งใน ๔ คนจากต่างประเทศที่มาประชุมกับเขา อีกสามคน คือ วินายะ มาจากขบวนการสรรโวทัยของศรีลังกา เขาพูดก่อน แล้วก็พ่อพูด แล้วก็เดนิสจากประเทศเตอรกี แล้วก็อีกคน มาจากประเทศโบลีเวีย เป็นชนพื้นเมืองชาวอินเดียแดง เขาพูดดี พ่อชอบมากเลย
คนจัดเขาเลือกโบลีเวียเป็นกรณีศึกษา เพราะว่าภูเขานำ้แข็งของประเทศนี้กำลังละลาย อย่างเห็นต่อหน้าต่อตา และมีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านเจ้าของแผ่นดิน ทำให้ชาวบ้านทำมาหากินลำบากมาก เช่นฝนเคยตกพอเหมาะพอดีสำหรับการเพาะปลูก แต่ตอนนี้บางทีก็ตกแรงมาก และทำลายพืชผล เขาบอกด้วยว่าภูมิปัญญาพื้นบ้านสำคัญมาก โดยเฉพาะที่อยู่ในตัวของคนเฒ่าคนแก่ของชุมชน คนยังไม่ต้องใช้เงินก็มีชีวิตที่มีความสุขได้ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือคนหนุ่มสาวออกจากหมู่บ้านไปในเมือง พอกลับมา ลืมภูมิปัญญาของตนเอง แต่คนพื้นบ้านอยู่กับธรรมชาติอย่างกลมกลืน
******* เขียน สามทุ่มกว่า
นอกจากนั้นก็มีเครือข่ายชุมชนนิเวศชาวสเปญ ชาวเด็นหมาก กว่าจะเสนอเสร็จทุกคนก็เกือบหมดเวลา เหลืออีก ๑๕ นาที ให้ถามตอบกัน แต่ก็มีคนที่ไม่ได้รับเชิญ เสนองานและทัศนะของตนต่างออกไปอีก เป็นอันหมดเวลา ไม่มีการเสวนา
พ่อถามโทรลว่า เรากินข้าวกลางวันกันอย่างไร เขาบอกว่าไปกับเขา เขาจัดการให้ ระหว่างเดินไปร้านอาหารนี่เอง ที่พ่อได้เห็นชุมชนที่นี่ ที่ชื่อว่าคริสเตียเนีย เป็นชุมชนของคนพิเศษของประเทศนี้ ใหญ่โตพอสมควร มีวัดทิเบตด้วย ร้านอาหารที่เราไปกินข้าวก็ให้เราช่วยตัวเอง ตักอาหารตามที่ต้องการ ราดใส่จานเดียวกันหมด แล้วเอาไปชั่งที่หน้าคนขาย แล้วเขาคิดราคาตามน้ำหนัก พ่อเคยเห็นแบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง ที่กรุงบอนน์ประเทศเยอรมัน มาเห็นอีกทีที่นี่แปลกดี
พ่อกินอาหารเสร็จ พ่อก็กลับไปที่ประชุม น่าสนใจเหมือนกัน มีคนมาเสนอเรื่องเพ่ิมจากอัฟริกา และคิวบา คนหลังนี่พูดจาฉะฉานดี แต่พ่อรู้สึกเหนื่อยแล้ว เลยถามโทรลว่าขอไปพักได้ไหม เขาบอกได้สิ พ่อก็เลยกลับที่พักก่อน ตอนแรกก็ดูกันว่าจะขึ้นรถเมล์อย่างไร ในที่สุดเขาบอกพ่อว่า
?เธอไปแทกซี่ก็แล้วกัน ไม่น่าจะเกิน ๑๐๐ โครน? พ่อก็เลยตกลง เพราะเดินไปเดินมาหลายรอบแล้ว แท๊กซี่พาขับรถผ่านเมืองคริสเตียนฮ๊าฟ เป็นเมืองสวยพอสมควร มีทางจักรยานใหญ่เท่ากับหนึ่งใน ๓ ของถนน บ้านเมืองคงสร้างมานาน และน่ารักแบบเมืองเล็กของยุโรป ตึกส่วนมากเป็นตึกเก่า แต่ดูแลกันอยู่ในสภาพที่ดีมาก คงจะได้ถ่ายรูปมาให้นโมดูบ้าง ถ้าจังหวะดี พอรถแทกซี่พาพ่อมาถึงที่พัก พ่อแปลกใจมากเลย เพราะที่พักเป็นเรือใหญ่มาก พ่อพักชั้นที่ ๗ แน่ะ ห้องเล็กนิดเดียว แต่ก็พอนอนได้ เป็นห้องพักสำหรับเรือเวลาเดินทางในทะเลนั่นเอง ตอนนี้มืดแล้ว พรุ่งนี้คงได้เห็นอะไร เป็นเรื่องเป็นราวกว่านี้ แล้วพ่อจะเล่ามาให้ฟัง ตอนนี้พ่อชักง่วง เดี๋ยวอาบน้ำสักหน่อย ตื่นมาแล้วค่อยออกไปกินข้าว
รักและคิดถึงนโมเสมอครับ พ่อ
|
|
|
|
|
เธเธฑเธเธเธถเธเธเธฒเธฃเนเธเนเธฒ
|
|
|
|
|
ตห (เต้าหู้)
|
 |
« เธเธญเธ #223 เนเธกเธทเนเธญ: เธเธฑเธเธงเธฒเธเธก 08, 2009, 02:20:11 PM » |
|
ดีจังเลยค่ะหนูจุด น่ารักมาก พ่อลูก สื่อถึงกันและแบ่งปันสู่พวกเราด้วย จดหมายจากพ่อถึงลูกชายจากโคเปนเฮเกน
|
|
|
|
|
เธเธฑเธเธเธถเธเธเธฒเธฃเนเธเนเธฒ
|
If quantum mechanics hasn't profoundly shocked you, you haven't understood it yet.- Niels Bohr
|
|
|
|
soup
|
 |
« เธเธญเธ #224 เนเธกเธทเนเธญ: เธเธฑเธเธงเธฒเธเธก 19, 2009, 09:23:25 AM » |
|
เช้านี้เราได้อ่านบทความสั้นว่าด้วยเรื่อง วิกฤติการขาดแคลนน้ำ และนำไปสู่สงครามน้ำ จะว่าไปแล้วเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ อาณาจักรโบราณหลายอาณาจักรล่มสลายเพราะขาดแคลนน้ำ แต่เราก็ไม่เข้าใจว่าทำไมบ้านเราตระหนักเรื่องนี้กันน้อยมาก บทความที่เราอ่านนี้เขาพูดสั้นๆ แต่โดนใจว่า "น้ำสำคัญกว่าน้ำมัน การขาดแคลนน้ำ จึงรุนแรงกว่าการขาดแคลนน้ำมัน" ข้อมูลอย่างหนึ่งที่น่าตกใจก็คือ ทุกๆ 8 นาที ที่เรากำลังพิมพ์คอมพิวเตอร์อยู่นี้ มีคนตายเพราะไม่ได้บริโภคน้ำสะอาด
บ้านเราอาจจะรับรู้ถึงความสำคัญของน้ำได้น้อย เพราะเมืองไทยเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ น้ำกิน น้ำใช้ น้ำเพื่อความบันเทิง จึงนำมาสู่ความสมบูรณ์ของข้าวปลา พืชพรรณธัญญาหาร ในอดีตบ้านเราใช้เรือมากกว่าใช้รถเสียอีก ความผูกพันของคนไทยกับสายน้ำมีทั้งภาพของวิถีชีวิต และภาพการใช้น้ำผ่านพิธีกรรม ตั้งแต่เแต่เกิดจนตาย
วิกฤติน้ำที่ว่านี้ ชาววงน้ำชา คงหาข้อมูลเิพิ่มเติมได้ไม่ยาก ตั้งแต่บทความดังๆ ของ ดร.ไสว บุญมา ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ, หนังสือ สงครามน้ำ ของวันทนา ศิวะ ยังไม่นับรวมบทความระดับนานาชาติที่หาได้ในเน็ต คำถามสำคัญก็คือ เรารู้เพื่อจะรู้ หรือรู้เพื่อจะทำอะไร เมื่อเราได้ข้อมูลเหล่านั้น เราจะำนำมันกลับมาปรับใช้กับชีวิตไหม
วิกฤติน้ำสำหรับเมืองไทย จะไม่ได้เป็นเพียงเราไม่มีน้ำกิน น้ำใช้ น้ำแพง เปิดก็อกแล้วไม่มีน้ำ อาบอบนวดถูกปิด แต่มันหมายถึงว่า เราอาจจะไม่มีอาหาร ไม่มีพืชพรรณทางการเกษตร วิกฤติน้ำไม่ใช่เพียงภาพว่าน้ำไม่มี แต่มันเป็นวิกฤติที่บอกว่า มีน้ำ แต่เราใช้ไม่ได้ น้ำเป็นพิษ หลายคนอาจจะบอกว่า ก็หาวิธีปรับคุณภาพน้ำสิ นำน้ำนั้นกลับมาใช้ใหม่ บางทีการหาเทคนิคนำน้ำเสียกลับมาใช้ก็กลายเป็นเพิ่มมลพิษที่หนักยิ่งกว่า แต่ใช่หากจำเป็นก็คงต้องทำ แต่จะดีกว่านั้นมาก หากเราจะหาวิธีลดการนำพิษลงสู่ลำน้ำ หรือหาวิธีการให้น้ำเป็นมลพิษน้อยลง
เราเคยมีีน้ำฝนที่ดื่มได้ มีน้ำคลองที่ใช้ได้ มีแหล่งน้ำในป่าในเขาที่บริสุทธิ์ แต่วันนี้มันไม่เป็นอย่างนั้นแล้ว เราจะนำมันกลับมาได้ไหม ...แต่เหล่านี้ก็ดูเป็นเรื่องใหญ่ๆ ไกลตัว สิ่งที่ใกล้ตัว แต่ถ้าทำได้ก็ยิ่งใหญ่มากคือหันกลับมาปรับวิถีชีวิต ...มีคนบอกว่า งั้นลดการอาบน้ำ (ในอ่าง หรือใน กาละมัง ;D) ...เราว่าก็ได้นะ ถ้าจะอาบน้ำน้อยลงเหลือแค่วันละครั้งโดยไม่ทำความเดือนร้อนให้ใคร ถ้าจะสร้างความภูมิใจว่าลดการใช้น้ำ (แต่เพิ่มการใช้น้ำหอม) ก็ตามสบาย...ไม่ว่ากัน
|
|
|
|
« เนเธเนเนเธเธเธฃเธฑเนเธเธชเธธเธเธเนเธฒเธข: เธเธฑเธเธงเธฒเธเธก 19, 2009, 09:33:38 AM เนเธเธข soup »
|
เธเธฑเธเธเธถเธเธเธฒเธฃเนเธเนเธฒ
|
|
|
|
|
ตห (เต้าหู้)
|
 |
« เธเธญเธ #225 เนเธกเธทเนเธญ: เธกเธเธฃเธฒเธเธก 23, 2010, 05:09:49 PM » |
|
ช่วงนี้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง รวดเร็ว ฉับพลันมากนะคะ เมื่อไม่กี่วันก่อน คลื่นความหนาวก็ปกคลุมตอนเหนือของประเทศจีน อุณหภูมิต่ำกว่า -40 องศาc จนต้องอพยพผู้คนออกจากพื้นที่ วัวควายล้มตายไปเรือนแสนตัว และที่ซิดนีย์ก็มีข่าวว่า อุณภูมิช่วงบ่าย พุ่งขึ้นไปสูงถึง 43 องศาc แต่ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ลดลงมาที่ 26 นับเป็นความเปลี่ยนแปลงชนิดไม่ธรรมดาจริงๆ http://www.smh.com.au/environment/heatwave-breaks-as-temperatures-plummet-20100123-mrim.html
|
|
|
|
|
เธเธฑเธเธเธถเธเธเธฒเธฃเนเธเนเธฒ
|
If quantum mechanics hasn't profoundly shocked you, you haven't understood it yet.- Niels Bohr
|
|
|
|
ตห (เต้าหู้)
|
 |
« เธเธญเธ #226 เนเธกเธทเนเธญ: เธกเธเธฃเธฒเธเธก 28, 2010, 09:26:39 AM » |
|
เมื่อคืนนั่งฟังด๊อกเตอร์คนหนึ่งพูดถึงเทคโนโลยีพลังงานใหม่ (น่าจะในทำนอง zero point field) แกทำมือในอากาศว่าแค่คิวบิกนิ้วเดียว เท่านั้น ก็เพียงพอที่ใช้ได้ทั้งโลกไปหนึ่งวัน แล้วแกก็เป็นหลานชายของหัวหน้าฝ่ายเอ็นจิเนีย สมัยที่นาซาส่งนีล อามสตรอง ไปเหยียบดวงจันทร์ แกว่า แกรู้มาตั้งแต่แปดเก้าขวบแล้วเรื่องนี้ เรื่องราวมันรุนแรงถึงขนาด ผู้ร่วมงานในทีมถูกฆ่าตายจากฝ่ายที่ต้องการจะปกปิดเรื่องไว้เป็นความลับ แกทำรายงานถึงประธานาธิบดี ดูจริงจังมาก ไม่ได้ส่ง link วีดีโอ ของแกมา เพราะเราเองก็ไม่ได้อยู่ใน field ที่จะไปตรวจสอบความจริงเท็จ แต่ส่งลิงค์สวยๆ เพื่อร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับสิทธิมนุษยชนบนโลกใหม่ มาแทนhttp://www.youtube.com/watch?v=bW-tfgIW_4k&feature=player_embedded#
|
|
|
|
|
เธเธฑเธเธเธถเธเธเธฒเธฃเนเธเนเธฒ
|
If quantum mechanics hasn't profoundly shocked you, you haven't understood it yet.- Niels Bohr
|
|
|
|
|
|
ตห (เต้าหู้)
|
 |
« เธเธญเธ #228 เนเธกเธทเนเธญ: เธกเธตเธเธฒเธเธก 02, 2010, 11:19:41 AM » |
|
หลังจากเกิดแผ่นดินไหว โศกนาฎกรรม ครั้งใหญ่ในเฮติ วานซืน ที่ชิลี ไหวแรงระดับ top five ของประวัติศาสตร์การเกิดแผ่นดินไหว 8.8 ริกเตอร์ มีภาพเรือลำใหญ่ถูกพัดขึ้นมาเกยตึก ฯลฯ เมื่อวาน มีเตือนภัยซึนามิ ญี่ปุ่นสั่งอพยพผู้คนตามแนวชายฝั่ง อาโอโมริ ..บ้านของเพื่อนรักคนหนึ่ง พายุฤดูหนาวระดับไซโคลนพัดถล่มยุโรป ฝรั่งเศสประกาศเขตภัยพิบัติเช้าวันนี้ ฟังแลรี่ คิงส์ สัมภาษณ์ ทะไล ลามะ ท่านบอกว่า อนาคตเปิดรอมนุษยชาติเสมอ วินัยคือการพิทักษ์ รักษาสิ่งที่เราใส่ใจ และ "We are not seeking independence" และไม่สำคัญว่าท่านจะคิดถึงบ้าน หรืออยากกลับไปรึเปล่า สิ่งที่สำคัญก็คือการศึกษาตามแนวทางของวิทยาศาสตร์ใหม่ต่างหาก ..เด็กๆ ไม่ได้ต้องการแค่ความสุขสมบูรณ์ทางกาย อย่างปัจจัยสี่ ..ความเชื่อมโยงทางจิตวิญญาณ ความรัก ความเมตตา สำคัญที่สุด ...ปัญญาญาณแห่งบรรพชน คือรากฐานการเติบโตที่แท้ http://www.elephantjournal.com/2010/02/larry-kings-full-interview-with-dalai-lama-re-obama-tiger-woods-tibet-china-haiti/
|
|
|
|
เธเธฑเธเธเธถเธเธเธฒเธฃเนเธเนเธฒ
|
If quantum mechanics hasn't profoundly shocked you, you haven't understood it yet.- Niels Bohr
|
|
|
|
ตห (เต้าหู้)
|
 |
« เธเธญเธ #229 เนเธกเธทเนเธญ: เธกเธตเธเธฒเธเธก 07, 2010, 09:36:19 PM » |
|
วันนี้เห็นภาพข่าวออนไลน์ที่เด็กๆ แถวเชียงของ วิ่งข้ามไปถึงกลางลำน้ำโขงได้ เพราะมหาอำนาจจีนกักเก็บน้ำไม่ปล่อยลงลำน้ำโขง ขณะที่ห้าประเทศกำลังประสบสภาวะภัยแล้ง ประเทศไทยเรา ประกาศเขตภัยพิบัติแล้ว 29 จังหวัดตามไปดูภาพถ่ายดาวเทียมของนาซา http://rapidfire.sci.gsfc.nasa.gov/realtime/2010066/?multiple&resolutionlistไล่พิกัดตรงประเทศเรา ขวานทอง เวลาหกโมงครึ่ง (เย็นวันนี้) ก็ได้ภาพจุดความร้อนจากไฟป่าแดงๆ (โดยเฉพาะภาคเหนือ) นี้มา น่ากลัวจริงๆ
|
|
|
|
เธเธฑเธเธเธถเธเธเธฒเธฃเนเธเนเธฒ
|
If quantum mechanics hasn't profoundly shocked you, you haven't understood it yet.- Niels Bohr
|
|
|
|
ตห (เต้าหู้)
|
 |
« เธเธญเธ #230 เนเธกเธทเนเธญ: เธกเธดเธเธธเธเธฒเธขเธ 01, 2010, 08:35:32 AM » |
|
ขอส่งเวปลิงค์ดีๆ ของคนทำงานในบ้านเรา ทช. ทะเลชายฝั่งค่ะhttp://www.dmcr.go.th/dmcr2009/News/data/121.html โลกร้อนทำพิษ ส่งผลน้ำทะเลร้อน ปะการังตาย ทช.วอนหยุดดำน้ำชั่วคราว ลดรบกวนปะการัง
|
|
|
|
« เนเธเนเนเธเธเธฃเธฑเนเธเธชเธธเธเธเนเธฒเธข: เธกเธดเธเธธเธเธฒเธขเธ 01, 2010, 08:40:19 AM เนเธเธข ตห (เต้าหู้) »
|
เธเธฑเธเธเธถเธเธเธฒเธฃเนเธเนเธฒ
|
If quantum mechanics hasn't profoundly shocked you, you haven't understood it yet.- Niels Bohr
|
|
|
|
ตห (เต้าหู้)
|
 |
« เธเธญเธ #231 เนเธกเธทเนเธญ: เธชเธดเธเธซเธฒเธเธก 09, 2010, 09:26:26 AM » |
|
ช่วงที่ผ่านมาเห็นข่าวน้ำท่วม ดินถล่มทลายในประเทศต่างๆ จนชิน (หลังจากได้เห็นการไหลหลากไม่ผ่านสื่อแบบเบาะๆ เบาๆ แถวแม่จันมา) แต่ก็ไม่ตื่นตาเท่าไฟป่าเกิดพร้อมๆ กันห้าร้อยกว่าจุดในรัสเชีย คลื่นความร้อนที่ร้อนเป็นประวัติการณ์กำลังเผาผลาญเมืองแห่งน้ำแข็งนี้ ทำไม? (มีข้อมูลจากนาซ่าให้อ่านกันด้วย..มิน่าเล่า!!)http://earthobservatory.nasa.gov/Features/CALIPSO/CALIPSO2.php แล้วก็ตื่นเต้นขึ้นไปอีก เมื่อพบว่าในประเทศจีน เกิดหลุมยุบใหม่ๆ ขึ้นมา แม้จะเป็นจุดเล็กจุดน้อย แต่ก็คงเกิดอย่างฉับพลันทันที ขนาดรถยนต์ยังเบรคไม่ทัน (ต้องขับไปติดคาหลุมอย่างนั้น) อีกนับสิบจุด (ข้อมูลบอกว่าแปดหลุ่มในเวลาสองสัปดาห์เท่านั้น) http://hubpages.com/hub/Another-Big-Hole-in-China-Complete-with-Sinkhole-Theory คนที่ภาวนาก็คงภาวนากันต่อไป ส่วนคนที่ชอบหาเหตุผลคำอธิบาย ก็คงก่อร่างสร้างทฤษฎีและพิสูจน์กันไป ว่ากันไปในฐานะผู้สังเกตปรากฏการณ์ ซิงค์โฮลใหญ่ๆ ที่น่าตกใจและมีรูปแพร่หลายกันทั่วไป (รวมทั้งที่เคยลงไว้ในกระทู้นี้นั้นจากกัวเตมาลาค่ะ) ที่นั่นเกิดสองครั้งคือในปี 2007 และล่าสุด เกิดเดือนพ.ค.2010 นี้เองhttp://edition.cnn.com/2010/WORLD/americas/05/31/honduras.storm.emergency/index.html?hpt=C1
|
|
|
|
« เนเธเนเนเธเธเธฃเธฑเนเธเธชเธธเธเธเนเธฒเธข: เธชเธดเธเธซเธฒเธเธก 09, 2010, 11:49:39 AM เนเธเธข ตห (เต้าหู้) »
|
เธเธฑเธเธเธถเธเธเธฒเธฃเนเธเนเธฒ
|
If quantum mechanics hasn't profoundly shocked you, you haven't understood it yet.- Niels Bohr
|
|
|
|
ตห (เต้าหู้)
|
 |
« เธเธญเธ #232 เนเธกเธทเนเธญ: เธชเธดเธเธซเธฒเธเธก 24, 2010, 11:19:05 AM » |
|
BURN UP ละครโทรทัศน์ที่มาจากความร่วมมือของ BBC (อังกฤษ) กับ GLOBAL TELEVISION (แคนนาดา) เรื่องนี้เหมาะกับกระทู้สภาวะโลกร้อนเป็นที่สุด เพราะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ ?คนวงใน? ของบริษัทค้าน้ำมัน อิทธิพลทางการเมือง ของอเมริกาที่หนังสื่อว่าเป็นคนควบคุม คนใน?ตึกขาว? อีกทีหนึ่ง เพราะไม่ว่าจะเป็นเดโมแครทหรือรีพับลิกัน ก็ต่างได้เงินสนับสนุน ก้อนใหญ่จากการค้าน้ำมันทั้งนั้น ดูแล้วก็ทำให้เข้าใจว่าเหตุใด an inconvenience truth จึงไม่ค่อยเป็นที่สนใจ หรือปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลก ที่เป็นปัญหาใหญ่ถึงขั้นที่จะนำไปสู่ความล่มสลายของอารยธรรมมนุษย์นั้น แทบไม่มีความเคลื่อนไหวเชิงบวกใดๆ จากประเทศมหาอำนาจ ความเข้มข้นของหนังถูกนำเสนอผ่าน ?แมค? ผู้ประสานประโยชน์ ระหว่างกลุ่มผู้บริหารระดับสูงของประเทศกับบริษัทแอร์โร่ออยส์ แมคผลักดันทอม เพื่อนสนิทที่ไว้วางใจได้ ของเขาขึ้นสู่ตำแหน่ง CEO คนใหม่แทนมาร์ค ซึ่งลาออกกระทันหันอย่างเป็นปริศนา หลังการฆ่าหมู่กลุ่มนักธรณีวิทยา นักสำรวจน้ำมันของบริษัทฯ ในตะวันออกกลาง แต่ผลปรากฏว่ามีอยู่คนหนึ่งที่หนีรอดไปได้พร้อมข้อมูลลับทางธรณีวิทยานั้น หนังเดินเรื่องผ่านทอม เป็นแกนกลาง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตครอบครัว เพื่อน และงานของเขา ที่ต้องมาสะดุดลงเมื่อหญิงสาวผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง คนหนึ่ง ในนามของตัวแทนชาวแอสกิโม ยื่นซองที่ใส่แผ่นซีดีให้เขา พร้อมกับจ่าหน้าว่า ?คิดถึงฉัน เมื่อคุณโกหก? แล้วเธอก็เผาตัวตายต่อหน้าต่อตาทอมนั้นเอง อีกทั้งการไม่อาจสื่อสารกับครอบครัว โดยเฉพาะภรรยา ผู้ต้องการให้เขาก้าวหน้า มั่นคงในอาชีพการงาน ทำให้ทอมตกหลุมรักใหม่กับฮอลลี่ สาวนักบริหารที่มารับผิดชอบโครงการพลังงานทดแทนของบริษัทฯ ซึ่งแมคบอกว่าเป็นเพียงโครงการบังหน้าเท่านั้น เพราะบริษัทฯ มีกำไรกว่าหมื่นสองพันล้านเหรียญ และไม่มีอะไรที่จะทำกำไรได้ มากกว่านี้อีกแล้ว ทอมเข้าใจเรื่องความใหญ่โต และจำเป็นของตลาดน้ำมัน ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิต ความเป็นอยู่ของผู้คนมากมาย ผ่านแมค ขณะเดียวกัน ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์จากอาจารย์ของเขา กลุ่มเอ็นจีโอ และฮอลลี่ รวมถึงประสบการณ์ตรงของตัวเขาเองที่ เดินทางไปงานศพของหญิงผู้เผาตัวตาย เขาก็ได้ความรู้ด้านตรงกันข้าม ฮอลลี่ที่ทอมไว้วางใจ ทั้งมีความสัมพันธ์ลับในฐานะชู้รัก นั้นแท้จริงแล้วเธอแฝงตัวเข้ามาเป็นคนวงในเพื่อเปลี่ยนแปลงธุรกิจพลังงานจากภายใน เป็นความทุ่มเททางอุดมการณ์ของผู้หญิง ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงไปสู่โลกใหม่คนหนึ่ง ตั้งแต่ช่วงปลายๆ ของภาคแรกไปจนถึงตอนจบของภาคสองนั้น เป็นเรื่องราว ภายในการประชุม เพื่อการลงนามในสนธิสัญญาเกียวโต 2 ความร่วมมือในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ สู่บรรยากาศ หนังสื่อผ่านบทบาทของผู้แทนฝ่ายต่างๆ อย่างผู้แทนสหรัฐอเมริกา คูเวต จีน อินเดีย ยุโรป กลุ่มเอ็นจีโอ ตลอดจนพระทิเบิตที่ประท้วงอย่างน่ารักด้วยการเดินตามเป็นแถว สวดมนตร์ ตามหลังล็อบบี้ยีสต์อย่างแมค
ในวันนี้ คงไม่มีใครปฏิเสธข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ในการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลก สภาวะเรือนกระจก ที่จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เพราะความร้อนที่ทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลายนั้น นอกจากจะนำไปสู่การเพิ่มสูงขึ้นของระดับน้ำทะเล กำลังที่รุนแรงขึ้น ถี่ขึ้น ของพายุระดับต่างๆ แผ่นดินไหว ภัยธรรมชาติต่างๆ อันสืบเนื่องเชื่อมโยงกันแล้ว ยังมีอัตราเร่งที่น่ากลัวจากก๊าซีมีเทน ซึ่งถูกปลดปล่อยออกมาสมทบ (ก๊าซมีเทนนั้นสามารถดูกลืนรังสีอินฟาเรดได้ดีกว่าคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ เพิ่มความรุนแรงของ สภาวะเรือนกระจก) อีกทั้งข้อมูลลับในแผ่นซีดีนั้นก็คือหลักฐานการรั่วซึมของแหล่งน้ำมันใหญ่ในตะวันออกกลางจำนวนมหาศาล อันอาจนำไปสู่วิกฤติการขาดแคลนอาหารและพลังงานของโลก
เมื่อผลกระทบเป็นที่ประจักษ์อยู่ตรงหน้า แต่เหตุที่มาล่ะ ข้อมูลทางวิทยาศาตร์ ความเชื่อ การชลอ ผ่อนหนักให้เป็นเบา ตลอดจนถึงป้องกันภัยพิบัตินั้นเล่า แตกต่าง จริงหรือ? ไม่ใช่ความผิดของใคร ป่วยการที่ทำสัญญาลด ควบคุมปริมาณการปล่อยก๊าซ เพราะสภาวะโลกร้อน เป็นปัญหาที่มาจากดวงอาทิตย์ ไม่ใช่จากโลก และไม่ใช่การกระทำของมนุษย์ จริงหรือ?
ในตอนท้ายๆ แมคอธิบายกับทอมบนดาดฟ้าตึกสูงว่า ทำนองว่า นายยังไม่เข้าใจอีกหรือว่าทำไมพวกเขาถึงไม่ยอมเปลี่ยนแปลง เพราะเขาชอบภาวะโลกร้อน มันทำกำไรให้พวกเขา เขาฆ่าพวกด้อยพัฒนา กำจัดศัตรูทางเศรษฐกิจ การเมือง ได้โดยไม่ต้องทำสงคราม ทอมเถียงว่า เราเองก็ได้รับผลกระทบหนักไม่ใช่หรือ เราเองก็เสียหาย และตายด้วย แมคตอบทอมด้วยประโยคเด็ดขาดบาดใจว่า ?ใช่ เราจะตายในที่สุด แต่พวกเขาก็คิดว่า เราจะตายเป็นคนสุดท้าย?
ขอเรียนแนะนำหนังชุด BURN UP ให้ผู้สนใจเรื่องสภาวะโลกร้อน และการเปลี่ยนแปลง แปรปรวน ของสภาพอากาศ นะคะ http://www.bbc.co.uk/drama/burnup/
|
If quantum mechanics hasn't profoundly shocked you, you haven't understood it yet.- Niels Bohr
|
|
|
|