วงน้ำชา Webboard
ยินดีต้อนรับคุณ, ผู้สังเกตุการณ์ กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
กันยายน 11, 2010, 03:54:38 PM

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
เรียนสมาชิกใหม่ !!! การลงทะเบียนใช้งานเว็ปไซท์ จะสามารถเริ่มใช้งาน account ที่สมัครได้ใน24ชม.ให้หลัง หรือเช้าของวันถัดไป
13328 กระทู้ ใน 355 หัวข้อ โดย 1494 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: EarlUQ
* หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
วงน้ำชา Webboard  |  สุนทรียสนทนา วงน้ำชา เว็ปบอร์ด  |  ขวัญเมือง (ผู้ดูแล: ปุ้ย)  |  หัวข้อ: รากเหง้าการโกงกินที่กัดกร่อนชาติ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: รากเหง้าการโกงกินที่กัดกร่อนชาติ  (อ่าน 541 ครั้ง)
soponthailand
จิตเบิกบาน
*
offline offline

กระทู้: 21


อีเมล์
« เมื่อ: มกราคม 14, 2010, 09:39:32 PM »

รากเหง้าการโกงกินที่กัดกร่อนชาติ
.
ดร.โสภณ พรโชคชัย*
.
            ประเทศไทยของเราเจริญช้า  จนถูกประเทศเพื่อนบ้านแซงหน้าไปมากมายแล้ว  ผมไมได้นิยมประเทศอื่นมากกว่าไทย แต่นี่เป็นเรื่องจริงที่น่าวิตกและปฏิเสธไม่ได้  ถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในไทยมีจริง  ทำไมบรรดา “ผู้หลักผู้ใหญ่” จึงปล่อยให้ประเทศไทยเป็นอย่างนี้  ใครที่ทำให้ประเทศชาติของเรามีชะตากรรมเช่นนี้
.
            ผมเคยเป็นที่ปรึกษากระทรวงการคลังเวียดนาม และอินโดนีเซีย และยังเคยเดินทางและไปบรรยายด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศแถบนี้ทั้งเนปาล บรูไน พม่า ลาว มาเลเซีย และอินเดีย รวมทั้งยังสำรวจตลาดอสังหาริมทรัพย์แบบปูพรมได้มากที่สุดทั่วกรุงจาการ์ตา กรุงพนมเปญ กรุงมะนิลา และนครโฮชิมินห์   ได้พบภาพเปรียบเทียบมาให้เห็น จะได้ช่วยกันฉุกคิดและสำรวจตรวจสอบกันบ้าง  เผื่ออนาคตของลูกหลานไทยเราจะไม่เผชิญภาวะบ้านแตกสาแหรกขาด
.
.
เหลียวมองรอบบ้าน
.
            ประเทศที่รวยกว่าไทยอย่างชัดเจนได้แก่ มาเลเซีย ที่ในสมัยก่อนด้อยกว่าไทย ขนาดตนกู อับดุล ราห์มัน อดีตนายกรัฐมนตรีและพี่น้องอีก 3 คนยังเคยมาเรียนที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ที่ผมเองก็เป็นนักเรียนเก่าเช่นกัน <1>  แต่ ณ ปัจจุบันนี้รายได้ประชาชาติต่อหัวของมาเลเซียกลับสูงกว่าไทยถึงเกือบ 2 เท่า <2> และ สิงคโปร์ ก็รวยกว่าไทยอย่างชัดเจน  โดยมีรายได้ต่อหัวถึง 6.14 เท่าของประเทศไทย <3> ทั้งที่ประเทศนี้ไม่มีทรัพยากรอะไรเลยนอกจากคน  สำหรับบรูไน คงไม่ต้องกล่าวถึงเพราะเขามีน้ำมันมหาศาล
.
            ในกรณีประเทศจีนนั้น แม้มีรายได้ต่อหัวเท่ากับ 71% ของไทยซึ่งก็เป็นเพราะเขามีประชากรนับพันล้านคน  แต่จีนเจริญกว่าเรามาก  ผมจำได้ว่าเมื่อปี 2529 ขณะไปเรียนที่เบลเยียม  สถาปนิกจบใหม่ชาวจีนในกรุงปักกิ่งมีรายได้เดือนละ 400 บาท  แต่ขณะนี้ที่เมืองลี่เจียงในมณฑลยูนานที่ห่างไกล ข้าราชการใหม่ผู้จบปริญญาตรีทั่วไป จะได้เงินเดือนประมาณ 11,000 บาท แถมสวัสดิการอีกมากมาย นี่ถือว่าแซงหน้าประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว
.
            ที่ประเทศจีน เขาทำให้องค์กรของรัฐกะทัดรัด มีประสิทธิภาพสูง เป็นเสมือนบริษัทที่ดีที่สุดที่คนจีนมุ่งมั่นจะเข้าไปทำงานด้วย  ต่างจากไทยที่อาชีพรับราชการเป็นอาชีพที่หัวกระทิไม่พึงปรารถนานัก แต่กลับเป็นที่พึงปรารถนาของผู้ที่มาจากครอบครัวที่มีฐานะด้อยกว่า  นี่อาจเป็นสาเหตุที่เราจึงมีข้าราชการบางส่วนที่เป็นภัยสังคม คือเข้าไปเป็นกาฝาก ทำงานเช้าชามเย็นชามและโกงชาติเมื่อมีโอกาส
.
.
น่าสงสัยจริง ๆ
.
            ประเทศเหล่านี้ใช้เวลาประมาณ 25 ปี แซงหน้าประเทศไทยได้อย่างไรทั้ง ๆ ที่เขาไม่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไหน  ถ้าพระสยามเทวาธิราชมีจริง  หรือประเทศไทยเดินมาถูกทางแล้ว  ทำไมเราจึงถูกประเทศที่เล็กกว่า เช่นสิงคโปร์ ประเทศที่เคยเป็นประเทศราชหรืออดีตอาณานิคม เช่นมาเลเซีย หรือประเทศที่จนดักดาน เช่นจีนที่ปู่ย่าตายายของผมที่หนีความอดอยากมาเมื่อ 80 ปีก่อน แซงหน้าเราไปได้
.
            ถ้าไทยเรามีคนดี หรือผู้มีคุณธรรมสุดเลิศเลอจริง  เราจะมีบ่อนเถื่อน เจ้ามือหวยเถื่อน ยาบ้าเกลื่อนเมืองและเพิ่มขึ้นทุกวันเช่นทุกวันนี้ได้อย่างไร  เราจะปล่อยให้มีการโกงกินกันมโหฬารทั้งในส่วนท้องถิ่น ส่วนภูมิภาคและส่วนกลางได้อย่างไร เราจะปล่อยให้ประเทศไทยมีขอทานเขมร แรงงานพม่า และแท็กซี่เถื่อนทำมาหากินตบหน้าประเทศชาติอยู่ได้อย่างไร
.
            ถ้าเรามีตงฉินปกครองเมือง ไม่ใช่มีกังฉินชักใยอยู่เบื้องหลัง เราคงทำอย่างจีนที่ลงโทษผู้โกงกินอย่างเด็ดขาด เช่น จับไปยิงเป้าหรือติดคุกตลอดชีวิตเพื่อเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู  ในเวียดนามนักฟุตบอลทีมชาติที่ไปล้มบอลในกีฬาซีเกมส์ที่กรุงมะนิลาเมื่อ พ.ศ.2548 ถูกจับติดคุก 5 ปี  ส่วนพี่ไทยนั้น ยิ่งล้ม ยิ่งรวย  นอกจากนี้กัปตันเครื่องบินเวียดนามที่ซื้อเครื่องเสียงหนีภาษีเข้าประเทศ ก็โดนไล่ออก  แต่ของไทยเรานำเข้ามาจนเจ๊เล้งรวย! <4>
.
.           
ระบบคนดีที่ควรถูกตรวจสอบ
.
            เมื่อพูดถึงการโกง บางคนอาจมองไปที่อดีตนายกฯ ทักษิณ  ซึ่งต้องพิสูจน์กันต่อไป  ผมไม่ได้ให้ร้ายหรือแก้ต่างแทนใคร  แต่กระบวนการโกงชาติในทุกวันนี้สร้างความวิบัติยิ่งกว่าเป็นร้อยเท่าพันทวี  เพราะเป็นระบบการโกงที่ฝังรากลึกในวงราชการ  ยิ่งเรามุ่งพุ่งเป้าไปที่คน ๆ เดียว  เราก็ยิ่งถูกหลอกให้ลืมมองเห็นคนโกงอื่น  โดยเฉพาะพวกผู้ดีเปี่ยมคุณธรรมทั้งหลายที่มักพูดปาว ๆ เสียงดังฟังชัดว่ารักชาตินั้น  พวกนี้เป็นผู้ดีจอมปลอม เพราะถ้าเป็นของจริง ทำไมจึงมีเรื่องโกงกินเกิดขึ้นมากมาย และเพิ่มขึ้นทุกทีแม้ในรัฐบาล “เทพประทาน” ชุดนี้ <5>
.
            การที่พวกผู้ดีเปี่ยมคุณธรรมเอาหูไปนาตาไปไร่อยู่เสียที่ไหนจึงไม่เคยแตะต้องคนโกงชาติเลย  เราจึงควรทบทวนกันระบบยศถาบรรดาศักดิ์ของไทย  การเคยเป็นนายพล ปลัด อธิบดี หรือได้สายสะพายกี่เส้น  ก็ไม่ได้รับประกันการเป็นคนดีหรือเป็นคนไม่โกง  ในทางตรงกันข้ามยศศักดิ์เหล่านี้แหละที่ช่วยให้โกงได้แนบเนียนยิ่งขึ้น
.
            ภาพลักษณ์ที่ดีก็เพียงช่วยให้การโกงกินดูไม่มูมมามเหมือนพม่าที่เป็นแบบบุฟเฟ่ คือแบ่งกันกินกันใช้อย่างโจ๋งครึ่มเท่านั้น  บรรดาคนดีเหล่านี้อาจพึ่งโจรเพื่อค้ำจุนภาพพจน์และอำนาจเสมือนหนึ่งพระเจ้าสุทโธทนะที่ไม่กล้ากำจัดขุนนางจอมโกงกินที่ห้อมล้อมอยู่ เพราะพวกเขาคือผู้ค้ำจุนอำนาจ  จนทำให้เจ้าชายสิทธัตถะรู้แจ้งเห็นจริงถึงระบบการเมืองที่ล้มเหลวและหันเข้าหาทางหลุดพ้น <6>
.
.
การโกงกินที่กัดกร่อน
.
            การโกงกินสำคัญทำให้งบประมาณแผ่นดินปีละเกือบ 2 ล้านล้านบาท ตกหล่นไปมหาศาลในแต่ละปีจาก:
.
            1. การมีระบบราชการที่ใหญ่โตเทอะทะและเลี้ยงคนไว้เป็นกาฝากแทนที่จะมารับใช้ประชาชนและพัฒนาชาติ
            2. การที่เงินไปเข้ากระเป๋าข้าราชการประจำและนักการเมืองท้องถิ่นทั่วประเทศ
.
            ระบบการโกงกินในบ้านเมืองของเราในยุคคุณธรรมนำการเมืองนี่แหละที่สร้างความวิบัติต่อชาติของเราอย่างสุดแนบเนียน  ถ้าไม่มีการโกงกิน ทำงานเป็นกาฝากดูดเลือดและน้ำเลี้ยงจากภาษีอากรของประชาชน  ป่านนี้เรามีทางด่วน รถไฟฟ้า ทางหลวง และสาธารณูปโภคทั้งในเมืองและชนบทกันมหาศาลผิดหูผิดตาเช่นที่เกิดขึ้นในจีน มาเลเซียและสิงคโปร์แล้ว
.
.
แก้กันอย่างไร
.
            ทางแก้สำคัญก็คือการขุดรากถอนโคนรากเหง้าของระบบการโกงกิน ได้แก่:
.
            1. เลิกระบบที่ผู้น้อยต้องตบเท้าอวยพรผู้ใหญ่  หากต้องการรับศีลรับพร ก็รับกันทางอื่นแทนที่จะต้องกลายเป็นประเพณีในการตบเท้าเข้าคารวะผู้ (ยิ่ง) ใหญ่ ซึ่งสาระแท้ ๆ ก็คือเพื่อไปแสวงหาการถูกโปรดปรานเพื่อการไต่เต้า  ตราบที่ความก้าวหน้าจะมีได้ด้วยการ ‘เลีย’ ผู้ (ยิ่ง) ใหญ่  ตราบนั้นการโกงกินย่อมแก้ไขไม่ได้
.
            2. โค่นล้มพวกเจ้ามือหวยเถื่อน บ่อนเถื่อน ด้วยการทำให้เป็นบ่อนถูกกฎหมาย  ทำให้รายได้เข้ารัฐแทนที่จะเข้าไปสู่มือพวกนอกกฎหมาย  และรณรงค์ให้การศึกษากับประชาชนเพื่อให้มีวิจารณญาณต่ออบายมุขต่าง ๆ
.
            3. ปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง เพื่อตัดทางทำมาหากินของผู้มีอิทธิพลเถื่อนที่สมคบกับข้าราชการขี้ฉ้อทั้งหลาย
.
            4. มีระบบการตรวจสอบข้าราชการทุจริตอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง และมีบทลงโทษที่เฉียบขาด ทันท่วงที
.
            5. ปฏิวัติระบบราชการให้ข้าราชการมีสำนึกรับใช้ประชาชน ถือประชาชนเป็นนาย
.
            ประเด็นสำคัญคือจะมีมหาบุรุษ รัฐบุรุษ หรือนักการเมืองผู้สง่างามใดกล้าเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อประเทศชาติ หรืออยากเพียงมีชิวิตที่สวยงามและตายไปอย่างไร้ค่าคนแล้วคนเล่า
.
.
            ประเทศไทยต้องเร่งปราบการโกงกิน ก่อนจะล่มจม  ผมไม่อยากให้อาม่าของผมเสียใจที่ย้ายมาผิดที่ (แต่ผมก็ภูมิใจในความเป็นไทย และขอตายที่นี่)
.
.
อ้างอิง:
            <1> โปรดดู http://th.wikipedia.org/wiki/ตนกู_อับดุล_ระห์มัน
.
            <2> โปรดดู  https://www.cia.gov/library/publications/the-world-factbook/geos/my.html  รายได้ต่อหัวของมาเลเซียเป็นสัดส่วน 1.79 เท่าของประเทศไทย
.
            <3> โปรดดู https://www.cia.gov/library/publications/the-world-factbook/geos/sn.html
.
            <4> จากบทความ “16 ข้อแห่งความยิ่งใหญ่ของเวียดนามเหนือไทย” ที่ http://www.thaiappraisal.org/thai/market/market157.htm
.
            <5> อ่านรายละเอียดของฉายารัฐบาลได้ที่ http://news.sanook.com/politic/politic_332859.php และอ่านข่าว “ชงฟันวิทยา-มานิต วัดใจมาร์ค เอี่ยวโกงไทยเข้มแข็ง” ได้ที่ http://www.thairath.co.th/content/pol/55658
.
            <6> โปรดอ่านบทความเรื่อง “พระพุทธเจ้า: ผู้ประกาศศักยภาพความเป็นมนุษย์” ทึ่สรุปจากหนังสือพุทธประวัติของพระติชนัทฮันห์ ที่ว่า “ในสมัยพุทธกาล ความยากจนของชาวนา ปัญหาเด็กพิการ ขอทาน การเจ็บป่วย เป็นปัญหาที่แม้แต่กษัตริย์ก็ไม่มีอำนาจที่จะแก้ไข อำนาจของกษัตริย์เปราะบางและมีอยู่อย่างจำกัด แม้กษัตริย์จะทราบถึงความละโมบและการฉ้อราษฎร์บังหลวง แต่ก็จำต้องอาศัยพวกขุนนางทุจริตเหล่านี้รักษาบัลลังก์ ขุนนางเหล่านี้ต่างก็ขับเคี่ยวกันเพื่อมุ่งปกป้องและสร้างฐานอำนาจของตนเอง ไม่ใช่มุ่งขจัดความทุกข์ยากให้ผู้ยากไร้” ได้ที่ http://www.thaiappraisal.org/thai/market/market172.htm
.
.
หมายเหตุ:
            สนใจแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ ดร.โสภณ พรโชคชัย ติดต่อได้ที่ Email: sopon@thaiappraisal.org หรือที่ มูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย http://www.thaiappraisal.org  Knowledge Is Not Private Property
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] ขึ้นบน พิมพ์ 
วงน้ำชา Webboard  |  สุนทรียสนทนา วงน้ำชา เว็ปบอร์ด  |  ขวัญเมือง (ผู้ดูแล: ปุ้ย)  |  หัวข้อ: รากเหง้าการโกงกินที่กัดกร่อนชาติ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.3 | SMF © 2006, Simple Machines LLC Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
วงน้ำชา.com